
จี้รัฐเร่งแก้แรงงานจ่อวิกฤตรอบใหม่
เอกชนหวั่นปีหน้าแรงงานขาด กระตุ้นรัฐหามาตรการแก้ระยะยาว
เอกชนหวั่นปีหน้าแรงงานขาด หลังรัฐมีนโยบายชัดลุยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นรัฐหามาตรการแก้แรงงาน หรือนำเข้าแรงงานถูกกม.ระยะยาว ชี้ที่ผ่านมาแก้ระยะสั้น
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปีหน้าแม้จะประเมินว่าไม่ได้ขยายตัวมากจากหลายปัจจัย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง นั่นคือ แรงงานก่อสร้างอาจกลับเข้าสู่ภาวะขาดแคลนรอบใหม่ หลังจากที่ปีนี้คลี่คลาย เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้การขยายงานก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนลดลง
ขณะที่ปีหน้ามีสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่าภาครัฐจะขับเคลื่อนประเทศด้วยงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระบบโครงข่ายคมนาคมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น จากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพราะหากเอกชนมองว่าเห็นแผนลงทุนโครงข่ายคมนาคมที่ชัดเจนของรัฐ เอกชนย่อมตามไปขยายการลงทุนในพื้นที่นั้นๆ
“ถ้าเป็นตลาดในกรุงเทพฯ เอกชนจะเกาะติดโครงการรถไฟฟ้า 4 เส้นทางที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง รวมถึง ขยายไปยังเส้นทางใหม่ๆ ที่เริ่มเปิดประมูล ส่วนในต่างจังหวัด กลุ่มค้าปลีกทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค และกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างจะไปเปิดหน้าดินใหม่ๆ ก่อน ซึ่งล้วนต้องการแรงงานในการก่อสร้างทั้งสิ้น”
ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีแผนแก้ปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลนแบบระยะยาว ทั้งในการเพิ่มศักยภาพแรงงาน และการนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยหากต้องการให้ประเทศเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ประเด็นนี้ควรเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ เพราะการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวในช่วงก่อนหน้านี้ เป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น
ด้านภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยปีหน้า ในกรุงเทพฯ ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงเป็นตลาดหลัก มีสัดส่วนประมาณ 60% ของการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ แต่ผู้ประกอบการก็มีความระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการมากขึ้น ส่วนอีก 40% เป็นตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะมีภาพที่คึกคักมากขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องบุกหนักตลาดบ้านแนวราบ เพื่อให้ยอดขายที่เกิดขึ้นกลายเป็นยอดรับรู้รายได้ได้ทันที เพราะปีนี้เปิดตัวคอนโดมิเนียมได้น้อย ทำให้ปีหน้าต้องวางแผนการทำตลาดให้สอดรับทั้งความต้องการของผู้บริโภคและการสร้างรายได้
สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในภูมิภาคยังชะลอตัว เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรยังผันผวน ทำให้กำลังซื้อต่างจังหวัดยังไม่ฟื้นตัว และปัจจัยเรื่องราคาพืชผลเป็นสิ่งที่ประเมินได้ยากมากว่าจะดีหรือไม่ หรือจะกลับมาดีขึ้นได้ในช่วงเวลาใด ส่วนอัตราดอกเบี้ย เชื่อว่าปีหน้าจะยังทรงตัว หรือหากจะเพิ่มขึ้นก็ไม่มากนัก







