posttoday
เสริมฮวงจุ้ยด้วยสมาธิและการสวดมนต์

เสริมฮวงจุ้ยด้วยสมาธิและการสวดมนต์

16 พฤศจิกายน 2557

เพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้พื้นที่ในที่อยู่อาศัยหนุนนำสภาวะทางอารมณ์และจิตใจที่ดีได้นั้น

เพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้พื้นที่ในที่อยู่อาศัยหนุนนำสภาวะทางอารมณ์และจิตใจที่ดีได้นั้น คุณจะต้องขจัดสิ่งที่หมักหมมออกไปเสียก่อน ซึ่งในแง่นี้ไม่ใช่เพียงแค่การขจัดข้าวของเกะกะที่อยู่รอบตัวคุณออกไป แต่ต้องรวมไปถึงสิ่งหมักหมมที่อยู่ในจิตใจด้วย หากคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ถูกรังควานจากความไม่สอดคล้อง ติดๆ ขัดๆ ทางความคิด การกระทำ และขาดสมาธิแล้วละก็ การทำฮวงจุ้ยให้แก่จิตใจก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งนี้จะช่วยทำให้สถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่ดีขึ้นได้

การขาดสมาธิและจิตใจที่สับสนยุ่งเหยิงนั้นไม่ใช่สภาวะที่ก่อให้เกิดความสุข เพราะจะทำให้คุณไม่สามารถตัดสินใจได้ และสิ่งนี้ก็แสดงออกมาทางคุณภาพของงานที่ทำและการตัดสินใจต่างๆ และยังทำให้รู้สึกหงุดหงิด ขุ่นเคือง และหุนหันพลันแล่น จิตใจนั้นเป็นที่เก็บสะสมทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นและทำ ยิ่งมีความคิดที่เป็นลบรังควานจิตใจมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เรารู้สึกอึดอัดและค่อยๆ บั่นทอนพลังงานของเราออกไป และสิ่งนี้ก็จะทำให้เราเจ็บป่วยในท้ายที่สุด

อาจมีบางครั้งในชีวิตที่คุณสังเกตว่าทัศนคติของคนอื่นๆ ที่มีต่อคุณนั้นดูจะเป็นไปในแง่ลบลงทุกที คุณอาจรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจคุณ ถูกกันออกนอกกลุ่ม หรือแม้แต่รู้สึกว่าถูกดูถูก สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเพราะเสื้อผ้า การแต่งตัว การแสดงออกทางใบหน้า หรือภาษาร่างกายซึ่งเป็นตัวสร้างความรู้สึกที่ไม่สอดคล้องลงตัว ความรู้สึกเช่นนี้ถือเป็นบ่อนทำลาย และเมื่อเวลาผ่านไประบบภายในก็จะทรุดโทรม ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องหันมาพิจารณาที่จะสร้างความสงบให้จิตใจ การใช้กระบวนการแบบองค์รวมรูปแบบต่างๆ การทำสมาธิ พร้อมๆ กับการกระตุ้นด้วยฮวงจุ้ยดีๆ อีกสักหน่อย ก็จะทำให้คุณสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ในทันที

การใช้หลักการทำสมาธิแบบต่างๆ โทนสีที่สงบเย็น อากาศบริสุทธิ์ และเสียงที่ไพเราะน่าฟัง ล้วนเป็นหลักการทั่วไปของฮวงจุ้ยที่ดีที่จะสร้างความสงบให้จิตใจ และเสริมสมาธิให้คุณได้ จากการค้นคว้าพบว่าสัญลักษณ์ต่างๆ การสวดมนต์ และการทำสมาธิสามารถทำให้พลังงานดีๆ ที่เต็มเปี่ยมเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเราสวดมนตราในท่วงทำนองที่เป็นจังหวะขึ้นๆ ลงๆ ก็จะส่งผลต่อร่างกายในลักษณะเป็นท่วงทำนองด้วย สิ่งนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการสั่งจิต และเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างมาก

มีการค้นพบว่าการท่องพีชพยางค์มนตราอันทรงพลังอย่าง “โอม” และ “ฮุม” จะปลดปล่อยพลังงานที่ดีออกมาได้ถึงกว่า 25,000 โบวิส (หน่วยของแม่เหล็กไฟฟ้า 2,000 โบวิส = 250 มิลลิโวลต์) พลังของมนตรานั้นแข็งแกร่งจนสามารถเสริมสร้างออร่าและสนามพลังงานของเราได้ในช่วงที่เราสวดมนตรา การฟังเสียงสวดมนต์สามารถลดระดับความดันโลหิต ปรับสมดุลอัตราการเต้นของหัวใจ รูปแบบของคลื่นสมอง ระดับอะดรีนาลิน และแม้แต่ระดับคอเลสเตอรอล

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในปัจจุบันแพทย์หลายคนแนะนำให้คนไข้ที่อยู่ในภาวะความตึงเครียดสูงนั่งฟังเพลงหรือเสียงสวดมนต์สักวันละสองสามนาที มนตราของทิเบต “โอม มะนี ปัดมี ฮุม” เป็นมนตราที่ช่วยวิงวอนความเมตตาและพรจากพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรได้ทุกครั้งที่ท่องบทสวดนี้ หรือเพียงแค่เห็นสัญลักษณ์หรือภาพ หรือแผ่นติดประตูที่เป็นมนตราท่อนนี้ การหมุนกงล้อมนตราก็เชื่อว่าให้ผลเช่นเดียวกัน โดยสรุปแล้วก็คือ อานุภาพของอักขระมนตรา หรือที่เรียกว่าพีชพยางค์ “ฮุม” นั้นเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุดของพระสูตรทั้งหมด และถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และทรงพลังอย่างมหาศาล

เมื่อการสวดมนตราถูกผนวกเข้ากับการสร้างมโนภาพอันทรงพลังด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้มนตราทรงอานุภาพมากขึ้น และผลที่ตามมาก็คือ สนามพลังงานที่เพิ่มพูนยิ่งขึ้น อักขระ “ฮุม” เป็นตัวแทนถึงท้องฟ้าสีฟ้า ซึ่งยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งภาคกายที่อุบัติขึ้น หรือพูดอีกอย่างก็คือ พระศากยมุนี และพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ อักขระ “โอม” แทนถึงแสงสว่างสีขาว และสื่อความหมายถึงกว่าร้อยความหมาย โดยหนึ่งในนั้นคือ “การต้อนรับสู่เทพเจ้า” ดังนั้นในเวลาที่ฝึกสมาธิ หากเราสามารถมโนภาพถึงสีต่างๆ เหล่านี้ในระหว่างที่หายใจเข้าและออก พร้อมๆ กับท่องมนตราไปด้วย ก็จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังงานในตัวเราได้อย่างแน่นอน

อักขระ “โอม” ยังมีพลังแห่งการบำบัดรักษาอย่างมหาศาลอีกด้วย และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็แสดงให้เห็นว่า การสวดคำว่า “โอม” อย่างน้อยวันละ 10 นาที จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย อัตราการเต้นของหัวใจจะสงบยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ความดันโลหิตลดลง และชำระจิตใจได้

พื้นที่อยู่อาศัยก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการฝึกสมาธิ การใช้แสงไฟ ทิวทัศน์ การตกแต่ง และสีที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มพูนผลประโยชน์ของการฝึกปฏิบัติได้อย่างมาก แสงสว่างเป็นแง่มุมที่สำคัญมากสำหรับฮวงจุ้ยทางจิตวิญญาณ และจำเป็นจะต้องปรับให้ได้สมดุลกับห้องแต่ละห้องในบ้านเพื่อคงไว้ซึ่งกระแสการไหลเวียนของพลังชี่ที่ดี หามุมสลัวๆ ในห้องพร้อมๆ กับหาแสงสว่างด้วย ถ้ามุมนั้นมืดเกินไป ก็เพิ่มความสว่างด้วยโคมไฟตั้งพื้นหรือเชิงเทียนติดผนัง เชิงเทียนที่วางอยู่บนหิ้งเข้ามุมจะช่วยให้แสงสว่างที่ได้เบาบางยิ่งขึ้น ห้องที่มีทิวทัศน์ของสวน ทะเลสาบ หรือมหาสมุทรนั้นถือว่ายอดเยี่ยมาก นอกจากนี้การใช้เทียนอโรมา กำยาน ต้นไม้ในร่ม หรือเพลงที่มีท่วงทำนองเป็นจังหวะ ก็ล้วนแต่ช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เหมาะสมได้

สีที่ช่วยในการบำบัด อย่างเช่น สีม่วงไวโอเลต ซึ่งสัมพันธ์กับเจตนาที่ดี ความปรารถนาทางจิตวิญญาณ และความเจริญรุ่งเรือง หรือเฉดสีม่วงอื่นๆ หรือสีม่วงลาเวนเดอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหยั่งรู้ ความสงบ และการบำบัด สามารถสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับการฝึกสมาธิได้ คุณสามารถใช้สีสันต่างๆ เหล่านี้บนผนังในห้องทำสมาธิ เสื่อปูพื้น หรือปลอกหมอน หรือแม้แต่การประดับตกแต่งด้วยงานศิลปะก็ได้

ในแง่ของฮวงจุ้ยพื้นที่ คุณก็ยังสามารถเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวและพื้นที่อยู่อาศัยให้เอื้อต่อการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ และทำให้คุณบรรลุเป้าหมายได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก