posttoday
ลลิลฯ ชี้ราคาบ้านปีนี้ขึ้นไม่มาก

ลลิลฯ ชี้ราคาบ้านปีนี้ขึ้นไม่มาก

19 กุมภาพันธ์ 2557

ลลิลฯ คาดการณ์ราคาที่อยู่อาศัยปี'57 ปรับขึ้นไม่มาก หลังการเมืองยังวุ่น

ลลิลฯ คาดการณ์ราคาที่อยู่อาศัยปี'57 ปรับขึ้นไม่มาก หลังการเมืองยังวุ่น

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การเมืองที่ไม่สงบในปัจจุบัน แม้จะมีผลเสียทำที่ทำให้ลูกค้าเยี่ยมชมโครงการของบริษัทลดลง 20% และยอดขายลดลง 18% แต่ก็มีผลดีที่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในปีนี้ทรงตัวหรือขยับขึ้นเล็กน้อย จากปกติขยับขึ้นปีละ 5-7% เนื่องจากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างชะลอตัวลง รวมไปถึงการก่อสร้างภาครัฐ 2 ล้านล้านบาท ไม่เกิดขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มทรงตัวหรืออาจปรับลดลงได้อีกเล็กน้อย

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2557 นั้น แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย แต่ด้วยการที่บริษัทฯมีการวางแผนกระจายความเสี่ยง และการบริหารงานด้วยความรัดกุม และควบคุมความเสี่ยงไว้แล้ว โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังลูกค้ากลุ่มแนวราบทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น รวมประมาณ 6-8 โครงการ รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ขณะที่ คอนโดฯคาดว่าจะมี 1 โครงการหรืออาจจะไม่เปิดโครงการใหม่ก็เป็นได้

ทั้งนี้ จะเริ่มทยอยเปิดตัวได้ในปลายไตรมาสสอง เป็นต้นไป ขณะนี้มีที่ดินรองรับแล้ว 4-5 โครงการ โดยเตรียมงบในการซื้อที่ดินปีนี้ประมาณ 900 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสู่เซกเมนท์กลาง-ล่างแบรนด์ใหม่ ซึ่งน่าจะพัฒนาในทำเลกทม.และต่างจังหวัดที่เคยพัฒนามาแล้ว ราคา 1-2 ล้านบาท คาดเปิดตัวได้ประมาณไตรมาส 3-4 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูล

สำหรับในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ขยายโครงการไปยังตลาดต่างจังหวัดแล้วทั้งสิ้น 6 โครงการ ได้แก่จังหวัด ชลบุรี,ระยอง, ฉะเชิงเทรา, และนครราชสีมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้ บริษัทฯสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

"เรามีการวางแผนธุรกิจที่สอดรับกับสถานการณ์ และมีแผนการบริหารเงินทุนไว้อย่างรัดกุม ตลอดจนสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้กำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายอยู่ในงบ ทำให้บริษัทฯมีสภาพคล่องดี และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำ จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.65 และจะพยายามไม่ให้เกิน 1-1.2 เท่า โดยจะเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง และยั่งยืน” นายไชยยันต์กล่าว

ทั้งนี้ได้ตั้งเป้ายอดขายในปี 2557 ไว้ที่ 3,200 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 2,700 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ประมาณ 10-15%

นอกจากนี้ ล่าสุด มีผู้ประกอบการธุรกิจคอนโดฯรายกลาง-เล็ก ในกทม.นำโครงการมานำเสนอขาย ส่วนใหญ่ประสบปัญหายอดขายไม่ได้ตามที่สถาบันการเงินกำหนด จึงไม่สามารถกู้สินเชื่อโครงการได้ บางรายประสบปัญหาไม่สามารถหาผู้รับเหมาฯได้ อีกทั้งยังมีโครงการในต่างจังหวัดที่เห็นว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปพัฒนามาก ก็หยุดการพัฒนาและนำโครงการเสนอขาย ซึ่งบริษัทฯจะพิจารณาโครงการที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก