
บอน นรินทร์ กับความหมายของคำว่าบ้าน
เมื่อพูดถึงคำว่าบ้าน ในภาษาอังกฤษได้แบ่งความหมายของคำคำนี้ออกเป็นสอง นั่นคือ House กับ Home
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
เมื่อพูดถึงคำว่าบ้าน ในภาษาอังกฤษได้แบ่งความหมายของคำคำนี้ออกเป็นสอง นั่นคือ House กับ Home หากคำว่า เฮาส์ หมายถึง บ้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง คำว่าโฮม ก็น่าจะหมายถึง บ้านที่เป็นที่รวบรวมสมาชิกในบ้าน ที่มีความรัก ความผูกพัน ความห่วงใย และมีความเข้าใจให้แก่กัน
ในวันที่ผมได้มาเยี่ยมเยือนบ้านของ “บอนนรินทร์ ผลานุรักษา” บรรณาธิการ นิตยสารแอล เมน อดีตสถาปนิก นักวิจัย และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บ้านของเขาทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่าบ้านได้อย่างเป็นอย่างดี
แม้ บอน นรินทร์ จะอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง แต่นี่ก็เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างที่สามารถเรียกว่าบ้านได้ แม้เขาจะอาศัยอยู่เพียงลำพังตามประสาหนุ่มโสด แต่สถานที่นี้ ก็อบอวลไปด้วยความรัก นั่นคือ รักการอ่านหนังสือ รักการสะสมภาพวาด และรักการสะสมของเก่าจากประเทศต่างๆ
“ตอนออกแบบบ้านหลังนี้ สิ่งแรกที่ผมนึกถึงก็คือ ผมจะต้องมีชั้นวางหนังสือที่โดดเด่นสะดุดตา ต่อมาต้องมีพื้นที่แขวนภาพวาด หรือภาพถ่ายที่ผมเก็บสะสมไว้ และต้องมีชั้นวางของเก่าจากประเทศต่างๆ ที่ผมได้เดินทางไป ผมว่าทั้งสามอย่างนี้ บอกความเป็นตัวผมได้ชัดเจนที่สุด” เมื่อได้ก้าวเท้าเข้าสู่บ้านหลังนี้ นอกจากสามสิ่งที่เจ้าของบ้านตั้งใจให้มีตามความชอบ สิ่งที่สะดุดตาคนมาเยี่ยมเยือน นั่นคือความเป็นไม้ที่ผสมผสานไปกับสีสันแบบเรียบๆ ที่เจ้าของบ้านบอกกับผมว่า เขาชอบงานไม้ ชอบสีเทา และชอบสีแดงเลือดนก
“ที่บ้านหลังนี้จะแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นล่าง จะเป็นห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องนอนเล็ก และห้องครัว ส่วนชั้นบนจะเป็นห้องนอนใหญ่ ซึ่งผมได้ผสมผสานงานไม้กับโทนสีที่ผมชอบเข้าไว้ด้วยกัน อย่างชั้นล่าง จะเป็นส่วนผสมระหว่างงานไม้กับสีเทา ซึ่งมันเป็นสีเรียบๆ ส่วนห้องนอน จะโดดเด่นด้วยงานไม้กับสีแดงเลือดนก ซึ่งเมื่อตกแต่งแล้วก็ลงตัวดีครับ”
เมื่อผมถาม บอน นรินทร์ ว่า ทำไมถึงเลือกมาอยู่อาศัยย่านใจกลางกรุง เขาตอบว่า คงเป็นเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทาง แม้จะต้องผจญกับรถติด แต่ในชั่วโมงเร่งด่วน ก็สามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้ เพราะคอนโดมิเนียมที่เขาอยู่อาศัย อยู่ใกล้รถไฟฟ้าเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
“ถ้าถามผมว่า นิยามความหมายของคำว่าบ้านของผมคืออะไร บ้าน คือ ที่ที่เราได้อยู่อาศัยแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ เหนื่อยจากการทำงานมามากแค่ไหน เมื่อกลับถึงบ้าน เราสามารถปลดปล่อยอะไรที่หนักๆ เพื่อกลับมาสู่โลกส่วนตัวได้เป็นอย่างดี”
ที่ที่เขาปล่อยใจได้อีกที่คงเป็นระเบียงข้างนอกบ้าน ที่เวลายามเย็นสามารถออกไปนั่งชิล รับลมเย็น มองฟ้า มองตึกรามบ้านช่องใจกลางกรุง ที่หากมองให้เป็นงานศิลปะ มันก็เป็นงานศิลปะที่มีมิติอยู่มิใช่น้อย
“ผมเลี้ยงหมาด้วยนะครับ ชื่อเจ้าคูริ เป็นหมาพันธุ์ชิบะจากญี่ปุ่น แต่ส่วนใหญ่เจ้าคูริจะอยู่อาศัยที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ ผมจะไปรับมันมาอยู่ด้วยตอนเสาร์อาทิตย์ ทำให้ผมมีเพื่อนคุยเพื่อนเล่นในวันหยุดพักผ่อนได้เป็นอย่างดี บางทีก็พามันไปนั่นไปนี่บ้าง ให้มันได้เปิดหูเปิดตา”
แม้วันที่ผมไปเยี่ยมเยือนบ้านของบรรณาธิการหนุ่มคนนี้แล้วไม่ได้เจอกับเจ้าคูริ แต่ผมเชื่อแน่ว่า เราต้องมีโอกาสได้เจอกันอย่างแน่นอนในอีกไม่ช้าไม่นาน







