
แมกโนเลียทุ่ม5,000ล้านผุด4โครงการอสังหาฯ
แมกโนเลีย เดินหน้าลุยอสังหาฯปี 55 ผุด 4 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท เน้นโซนกทม.ตะวันออก- เขาใหญ่ ตั้งเป้ากวาดยอดขาย 2,700 ล้านบาท
แมกโนเลีย เดินหน้าลุยอสังหาฯปี 55 ผุด 4 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท เน้นโซนกทม.ตะวันออก- เขาใหญ่ ตั้งเป้ากวาดยอดขาย 2,700 ล้านบาท
นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะเป็นโครงการในโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยวติดกับโครงการแมกโนเลีย บางนา จำนวน 54 ยูนิต ระดับราคาตั้งแต่ 10-20 ล้านบาทต่อยูนิต และโครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า 1 โครงการ ส่วนอีก 1 โครงการเป็นบ้านเดี่ยวในย่านบางนา-ตราด ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดิน นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมที่เขาใหญ่ โดยจะพัฒนาบ้านเดี่ยวประมาณ 100 ยูนิตบนเนื้อที่ 90 ไร่ คาดว่าจะสามารถเปิดขายได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้
นอกจากทั้ง 4 โครงการข้างต้นบริษัทยังมีโครงการร่วมทุนของบริษัทในเครือแมกโนเลีย ไฟน์เนส คอร์ปอเรชั่น และบริษัท มณียา เรียลตี้ ในสัดส่วน 75:25 พัฒนาที่ดินขนาด 6 ไร่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีสัญญาเช่า 30 ปี บวกเวลาก่อสร้างอีก 4 ปี โดยใช้งบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะมาจากเงินกู้จากธนาคารกสิกรไทยกว่า 3,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินทุนของบริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขออีไอเอ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงกลางปีนี้กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จปลาย 2557 หรือต้นปี 2558
ซึ่งล่าสุดได้สรุปรูปแบบการพัฒนา เป็นอาคารสูง 60 ชั้น เนื้อที่กว่า 1 แสนตร.ม. บริเวณชั้น 1-16 เป็นส่วนของโรงแรมหรูระดับลักซ์ชัวรี่จำนวน 170 ห้อง ซึ่งล่าสุดได้เซ็นสัญญากับกลุ่มฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ในการใช้เชน “วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย” ซึ่งถือเป็นเชนลักซ์ชัวรี่ที่สุดในเครือฮิลตัน ในเอเชียมีเพียง 1 แห่งคือ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เซี่ยงไฮ้ และไทยจะเป็นแห่งที่ 2 โดยมีสัญญาบริหารนานถึง 30 ปี โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2558
ส่วนบริเวณชั้น 17-55 เป็นคอนโดมิเนียมหรู จำนวน 325 ยูนิต ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปราคาขายที่เหมาะสม ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค. นี้ นอกจากนี้บริษัทยังได้กันพื้นที่ขนาด 3,000 ตร.ม ให้แก่สมาคมศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ซึ่งเป็นผู้เช่ารายเดิมอีกด้วย
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 55 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,700 ล้านบาท ส่วนยอดรับรู้รายได้จากการขายอสังหาฯ 1,800 ล้านบาท และจากธุรกิจรับออกแบบและบริหารโครงการจำนวน 500-600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้เพียง 630 ล้านบาท โดยรายได้ในปีนี้จะมาจากการโอนห้องชุดในโครงการวิสซ์ดอม สุขุมวิท 64 ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้ว 65% จากห้องชุดทั้งหมด 341 ยูนิตและโครงการแมกโนเลีย เฟรนช์ คันทรี่ เขาใหญ่ ที่ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 55% โดยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าเหลือขายประมาณ 1,500 ล้านบาท







