
สหโมเสคหันซื้อกิจการเสริมทัพสินค้า
สหโมเสคอุตสาหกรรมปรับแผนไม่ขยายโรงงานใหม่ หันเข้าซื้อกิจการโรแยลซีรามิค เพื่อเป็นผู้ผลิตกระเบื้องครบไลน์สินค้า
สหโมเสคอุตสาหกรรมปรับแผนไม่ขยายโรงงานใหม่ หันเข้าซื้อกิจการโรแยลซีรามิค เพื่อเป็นผู้ผลิตกระเบื้องครบไลน์สินค้า
น.ส.ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม ผู้ผลิตกระเบื้องปูพื้นและบุผนังแบรนด์ดูราเกรส ลีลา และโมเสค ยูเอ็มไอ เปิดเผยว่าบริษัทฯได้ปรับแผนการลงทุนใหม่ จากเมื่อ 3 ปีก่อนหรือตั้งแต่ปี 2553 บริษัทฯมีแผนใช้เงินลงทุนจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อขยายกำลังในโรงงานผลิตกระเบื้องที่จ.สระบุรี ซึ่งที่ผ่านมาเงินไปเพียง 100 ล้านบาท
ล่าสุดได้ทำคำเสนอซื้อหรือเทนเดอร์ออฟเฟอร์ หุ้นของบริษัท โรแยลซีรามิค หรืออาร์ซีไอ จำนวน 30-40% เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เม็ดเงินจำนวน 85 -115 ล้านบาท ซึ่งการเสนอซื้อในครั้งนี้จะได้ข้อสรุปในเดือนมิ.ย.นี้
“ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเสนอซื้อ หากผู้ถือหุ้นของอาร์ซีไอ ขายหุ้นให้กับบริษัทฯไม่ถึง 30% ดิวครั้งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากได้แล้ว บริษัทโรแยลซีรามิคก็ยังคงอยู่ ไม่ได้มีการยุบมารวมกับสหโมเสคฯ แต่การเข้ามาจะมาเต็มเต็มซึ่งกันและกัน เช่น อาร์ซีไอ จะมีความชำนาญในการผลิตกระเบื้องพอร์ซเลน กระเบื้องดินเผา จะทำให้เรามีสินค้าขายครบไลน์มากขึ้น”
นายสุทิน ยุทธนาวราภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม กล่าวว่าปัจจุบันบริษัทฯมีกำลังการผลิต 20 ล้านตร.ม.ต่อปี ซึ่งถือว่าเต็มแล้ว ขณะที่บริษัท โรแยลซีรามิค มีกำลังการผลิต รวม 6 ล้านตร.ม.ต่อปี
สำหรับตลาดรวมกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมีจำนวน 170 ล้านตร.ม. มีราคาขายเริ่มตั้งแต่ 150 บาทต่อตร.ม-3,000 กว่าบาท ต่อตร.ม. ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ 20% โดยปีที่ผ่านมาเติบโตเพียง 2 % เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่คาดว่าปีนี้จะเติบโต 7% เพราะประชาชนที่ได้รับผลกกระทบจากน้ำท่วมจะต้องฟื้นฟูบ้านเรือน โดยหันมาใช้วัสดุตกแต่งที่ทนทานมากขึ้น
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ต้นทุนด้านพลังงานในการผลิตกระเบื้องเมื่อปี 2554 เทียบกับปี 2553 ปรับตัวสูงขึ้น 20-30% แต่ที่ผ่านมาบริษัทฯไม่ได้ปรับราคาขาย แต่ใช้วิธีการออกไลน์สินค้าใหม่ที่มีลวดลายและนวัตกรรมใหม่ แล้วจึงปรับราคา ปัจจุบันมีสินค้าจำนวน 600 รายการ มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 600 ราย โดยในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 8% หรือมียอดขาย 2,700 ล้านบาท จากปี 2554 มียอดขาย 2,493 ล้านบาทเติบโต 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า







