
พฤกษาฯลุย49โครงการปี55
พฤกษาฯ ประกาศแผนลงทุนอสังหาฯปี55 ลุย49โครงการมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้าน เน้นพัฒนาโครงการชั้นในเมือง-ซบเมืองต่างจังหวัด
พฤกษาฯ ประกาศแผนลงทุนอสังหาฯปี55 ลุย49โครงการมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้าน เน้นพัฒนาโครงการชั้นในเมือง-ซบเมืองต่างจังหวัด
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยถึงแผนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2555 ว่า เตรียมเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ 49 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยโครงการละ 700 ล้านบาท โดยจะเน้นการพัฒนาโครงการในแนวราบเป็นหลัก จำนวน 45 โครงการ ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมนั้นมีเพียง 4 โครงการเท่านั้น ซึ่งการพัฒนาโครงการจะเน้นในเขตชั้นในเมืองมากขึ้น เช่น โซนแจ้งวัฒนะ พัฒนาการ และทองหล่อ เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงทำตลาดบ้านระดับราคา 1-2 ล้านบาท ในบริเวณชานเมือง ขณะเดียวกันยังจะพัฒนาระดับราคาที่มากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไปด้วย โดยอยู่ในราคาเฉลี่ยที่ 2-5 ล้านบาท แม้ว่าผู้ประกอบการายอื่นจะพัฒนาราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงมาก็ตาม ขณะที่ราคา 5-10 ล้านบาท ก็ยังเป็นตลาดที่บริษัทฯ จะพัฒนาด้วยเช่นกัน โดยจะมีแบรนด์ใหม่ออกมาในปีนี้ให้เห็นด้วย เพราะเชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง และพื้นที่ที่พัฒนาจะพัฒนาในเขตกรุงเทพฯชั้นใน ราคาที่จับต้องได้ เช่น รัศมี 3.5 กม. เดินทางถึงทองหล่อ ระดับราคาทาวน์เฮ้าส์กว่า 2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 4 ล้านกว่าบาท ยังจะมีอีกหลายทำแล และเป็นราคาที่ผู้ประกอบการรายอื่นพัฒนาไม่ได้
ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับตลาดต่างจังหวัด บริษัทก็จะพัฒนาต่อเนื่องด้วยและไปในจังหวัดใหม่เพิ่มเติมและจังหวัดเดิมที่เคยพัฒนามาก่อนหน้า ได้แก่ จ.ขอนแก่น ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งสัดส่วนการพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดน่าจะทำรายได้ 4-7% ของรายได้รวม เน้นพัฒนาโครงการในแนวราบเป็นหลัก ประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ระดับราคา 1.5-2 ล้านบาท ปัจจุบันการพัฒนาตลาดต่างจังหวัดได้เปลี่ยนไปจากในอดีตมาก เพราะเป็นการจับตลาดผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ไม่ได้เป็นการซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศหรือบ้านหลังที่ 2
นายประเสริฐ กล่าวย้ำว่าสิ่งที่เรื่องท้าทายการทำธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้นั้น คือ การเรียกอารมณ์และความเชื่อมั่นของผู้ซื้อให้กลับมา เนื่องจากหลายคนกังวลต่อปัญหาน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทมีแผนการตลาดที่จะทำกับ 141 โครงการที่ยังเปิดการขายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งพบว่าภายหลังจากปัญหาน้ำท่วมยุติลง ยอดขายในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบเริ่มกลับมาแล้ว 60-70% ซึ่งบริษัทมียอดขาย 2,800 ล้านบาทหลังปัญหาน้ำท่วมยุติลง เชื่อว่าช่วงปลายไตรมาสแรกต่อเนื่องไตรมาส 2 ตลาดจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้
อย่างไรก็ตามใน ช่วงน้ำท่วมโครงการเก่าที่บริษัทปิดการขายไปแล้วจำนวน 141 โครงการ ซึ่งอยู่ในโซนรังสิต บางบัวทอง และเป็นโครงการที่อยู่ในซอย ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไป 80 โครงการ จำนวน 5 หมื่นครัวเรือน และเป็นกลุ่มผู้ซื้อรายได้ปานกลางและน้อย ซึ่งไม่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปอยู่ที่อื่น ทำให้ภาพเห็นว่าโครงการพฤกษาฯ ได้รับผลกระทบหนักสุด ซึ่งบริษัทฯมีสินค้ารอขายหรือ (แบ็กลอก) อยู่ 3.7 หมื่นล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวทาวน์เฮ้าส์ 1.8 หมื่นล้านบาท โดนน้ำท่วมอยู่ 18% มีสัดส่วนลูกค้าในจำนวนนี้ 15% ที่ขอยกเลิกไม่ผ่อนดาวน์ต่อหรือยกเลิกการจองโครงการที่โดนน้ำท่วม







