
น้ำซัดยอดโอนบ้านลดฮวบ
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุ ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเดือนต.ค. ลดฮวบ หลังเจอน้ำท่วม
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุ ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเดือนต.ค. ลดฮวบ หลังเจอน้ำท่วม
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงผลสำรวจ โดยแยกเป็นโครงการแนวราบหรือบ้านจัดสรร และโครงการแนวสูงหรืออาคารชุด ดังนี้ จากการสำรวจพบว่ามีโครงการบ้านจัดสรรที่ยังเปิดขายอยู่มากกว่า 800 โครงการในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย) โดยเป็นโครงการที่เปิดขายก่อนปี 2554 ประมาณ 665 โครงการ เปิดขายใหม่ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ประมาณ 168 โครงการ โดยมีจำนวนหน่วยตามผังโครงการรวมกันประมาณ 163,000 หน่วย มีมูลค่าโครงการประมาณ 558,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเปิดใหม่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายนอีกประมาณ 10,300 หน่วยที่ยังไม่ได้นับรวมในการสำรวจ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87 เป็นโครงการที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2549 แยกประเภทได้เป็นบ้านเดี่ยวประมาณร้อยละ 40 เป็นทาวน์เฮ้าส์ประมาณร้อยละ 47 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 13 เป็นบ้านแฝด หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินเปล่าในโครงการจัดสรร แยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่าเป็นหน่วยที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 94,200 หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 35,100 หน่วย และยังไม่ได้เริ่มสร้างประมาณ 34,700 หน่วย และหากแยกตามสถานะของการขาย พบว่าขายได้แล้วสะสมประมาณ 100,000 หน่วย หรือประมาณร้อยละ 61 และเหลือขายประมาณร้อยละ 39 สำหรับหน่วยที่ขายได้แล้วนั้นมีการโอนกรรมสิทธิ์สะสมแล้วรวมกันประมาณ 75,000 หน่วย หรือร้อยละ 75 ของหน่วยที่ขายได้
เขตหรืออำเภอที่มีจำนวนหน่วยบ้านจัดสรรทุกประเภทในผังโครงการซึ่งอยู่ในระหว่างการขายมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางพลี อำเภอบางใหญ่ และอำเภอบางบัวทอง ส่วนเขตที่มีหน่วยบ้านจัดสรรทุกประเภทเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอคลองหลวง โดยอำเภอบางใหญ่มีจำนวนหน่วยบ้านเดี่ยวมากที่สุด และอำเภอเมืองสมุทรปราการมีจำนวนหน่วยทาวน์เฮาส์มากที่สุด
สถิติการโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด ชี้ว่าในช่วงเดือนแรกของอุทกภัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรในพื้นที่ซึ่งประสบอุทกภัยรุนแรงลดลงมาก โดยในเขตที่กรุงเทพมหานครเคยประกาศให้เป็น “เขตอพยพ” 13 เขต (คือ คลองสามวา จตุจักร ดอนเมือง ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางเขน บางแค บางบอน บางพลัด ภาษีเจริญ สายไหม หนองแขม และหลักสี่) ยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรที่เป็นหน่วยขายใหม่ลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 580 หน่วยเหลือเพียงประมาณ 280 หน่วยในเดือนตุลาคม และยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรที่เป็นหน่วยขายมือสองลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 740 หน่วยเหลือเพียงประมาณ 470 หน่วยในเดือนตุลาคม
จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรซึ่งเป็นหน่วยขายใหม่ในพื้นที่อำเภอบางกรวย บางบัวทอง บางใหญ่ และไทรน้อย ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกน้ำท่วมหนัก รวมกันลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 550 หน่วยเหลือเพียงประมาณ 180 หน่วยในเดือนตุลาคม และยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรที่เป็นหน่วยขายมือสองลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 90 หน่วยเหลือเพียงประมาณ 80 หน่วยในเดือนตุลาคม
จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรซึ่งเป็นหน่วยขายใหม่ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง ธัญบุรี เมือง ลาดหลุมแก้ว ลำลูกกา สามโคก และหนองเสือ ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งถูกน้ำท่วมหนัก รวมกันลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 490 หน่วยเหลือเพียงประมาณ 190 หน่วยในเดือนตุลาคม และยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรที่เป็นหน่วยขายมือสองลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 200 หน่วยเหลือเพียงประมาณ 20 หน่วยในเดือนตุลาคม
สำหรับโครงการอาคารชุด จากการสำรวจพบว่ามีโครงการอาคารชุดที่เปิดขายอยู่ประมาณ 370 โครงการในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย) โดยเป็นโครงการที่เปิดขายก่อนปี 2554 ประมาณ 290 โครงการ เปิดขายใหม่ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ประมาณ 80 โครงการ โดยมีจำนวนหน่วยตามผังโครงการรวมกันประมาณ 143,000 หน่วย มูลค่าโครงการประมาณ 479,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเปิดใหม่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายนอีกประมาณ 13,500 หน่วยที่ยังไม่ได้นับรวมในการสำรวจเกือบทั้งหมดหรือร้อยละ 98 เป็นโครงการที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2549 แยกประเภทได้เป็นแบบสตูดิโอประมาณร้อยละ 19 เป็นแบบหนึ่งห้องนอนประมาณร้อยละ 63 เป็นแบบสองห้องนอนประมาณร้อยละ 15 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 3 เป็นแบบสามห้องนอนขึ้นไป
แยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่าเป็นหน่วยที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 46,600 หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้างมากถึงประมาณ 82,500 หน่วย และยังไม่ได้เริ่มสร้างประมาณ 14,100 หน่วย และหากแยกตามสถานะของการขาย พบว่าขายได้แล้วสะสมประมาณ 107,400 หน่วย หรือประมาณร้อยละ 75 และเหลือขายประมาณร้อยละ 25 สำหรับหน่วยที่ขายได้แล้วนั้นมีการโอนกรรมสิทธิ์สะสมแล้วรวมกันประมาณ 38,200 หน่วย หรือร้อยละ 36 ของหน่วยที่ขายได้
เขตหรืออำเภอที่มีจำนวนหน่วยห้องชุดในผังโครงการซึ่งอยู่ในระหว่างการขายมากที่สุด ได้แก่ เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตบางนา เขตวัฒนา และเขตสวนหลวง ส่วนเขตที่มีหน่วยห้องชุดเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ เขตจตุจักร เขตบางนา เขตยานนาวา เขตวัฒนา และเขตปากเกร็ด
จากหน่วยในผังของโครงการอาคารชุดทั้งสิ้นประมาณ 143,242 หน่วย หากแยกตามพื้นที่ พบว่าตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครจังหวัดเดียวประมาณร้อยละ 89 ที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 11 อยู่ในจังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ หากแยกตามประเภทห้อง พบว่าเป็นแบบ Studio ประมาณร้อยละ 19 เป็นแบบหนึ่งห้องนอนประมาณร้อยละ 63 เป็นแบบสองห้องนอนประมาณร้อยละ 15 และมากกว่าสามห้องนอนประมาณร้อยละ 3







