posttoday
หนุนนวัตกรรมสีเขียวสู้ภัยพิบัติ

หนุนนวัตกรรมสีเขียวสู้ภัยพิบัติ

12 กันยายน 2554

เกาะติดเวทีเฮาส์ซิ่ง ฟอรัม ระดมความคิดเห็น 35 ประเทศทั่วโลก หนุนนวัตกรรมสีเขียวสู้ภัยพิบัติ

เกาะติดเวทีเฮาส์ซิ่ง ฟอรัม ระดมความคิดเห็น 35 ประเทศทั่วโลก หนุนนวัตกรรมสีเขียวสู้ภัยพิบัติ

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หนุนนวัตกรรมสีเขียวสู้ภัยพิบัติ

การประชุมและนิทรรศการบ้านและที่อยู่อาศัยประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “ที่อยู่อาศัยที่มั่นคงยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ” โดยองค์การที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติสากล (Habitat for humanity International) ร่วมกับสหพันธ์สภากาชาด เลือกไทยเป็นเวทีระดมความคิดเห็น ด้วยเพราะหัวข้อดังกล่าว สอดคล้องกับสถานการณ์ของไทยที่ต้องเผชิญปัญหาอุทกภัยอย่างหนักมาเป็นปีที่ 2 แล้ว

ขณะที่หากมองภาพใหญ่ ไม่ใช่เพียงไทยเท่านั้นที่กำลังเจอกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอากาศที่รุนแรง แต่เกือบทุกประเทศทั่วโลกล้วนกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น หนาวผิดฤดูกาล อากาศที่ร้อนจัด และนำไปสู่ภาวะอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน และประชาชนผู้อยู่อาศัย

ริค แฮททะเวย์ รองประธานองค์การที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีผู้ร่วมประชุมกว่า 700 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายให้ร่วมกันชี้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อมร่วมหาทางออกในการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืนท่ามกลางสภาวะความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ การเพิ่มขึ้นของประชากร รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น

สอดคล้องกับความคิดเห็นของ เจโจมาร์ บิเนย์ รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หนึ่งในวิทยากรหลักของการประชุมครั้งนี้ ที่ระบุว่า ปัญหาอุทกภัยต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และรุนแรงขึ้น ซึ่งหากทุกคนยังนิ่งเฉย ปัญหาจะยิ่งหนักขึ้น ทุกภาคส่วนต้องหาแนวทางลดความเสี่ยงของภัยธรรมชาติ ผ่านนโยบายหรือกฎหมายต่างๆ เช่น การสนับสนุนให้สร้างอาคารสีเขียว และการใช้วัสดุก่อสร้างสีเขียว เพื่อลดปัญหาโลกร้อน ซึ่งเป็นต้นเหตุของอุทกภัย

คุมราคาวัสดุเป็นมิตรกับสวล.

จากแนวคิดดังกล่าว ในที่ประชุมครั้งนี้จึงมีการพูดถึงการคุมราคาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยว่า ปัจจุบันต้นทุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยด้วยวัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมสูงกว่าวัสดุทั่วไปมาก จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่จูงใจให้มีการใช้วัสดุดังกล่าวมากนัก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรสนับสนุนให้มีการใช้วัสดุ ประเภทนี้ และควบคุมให้ราคาจับต้องได้ ก็เชื่อว่าความต้องการใช้จะสูงขึ้น

ขณะที่แนวคิดการให้รางวัลกับผู้ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเจ้าของอาคารสีเขียว ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะทำให้คนสนใจกับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางเฉพาะหน้า แต่แนวทางที่ยั่งยืน คงเป็นเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมกับคนตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับบริหาร เพราะก่อนที่สังคมจะเดินหน้าไปในทางเดียวกันได้ ต้องได้รับความร่วมมือตั้งแต่ระดับท้องถิ่น

แนะใช้ผังเมืองคุมพื้นที่เสี่ยง

ด้านแนวทางการแก้ปัญหา ที่ผ่านมาหลายประเทศเลือกใช้วิธีการเฉพาะหน้า แต่สิ่งสำคัญ คือ การใช้นโยบายที่ยั่งยื่น โดยรอย พรอสเตอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปที่ดิน จากประเทศสหรัฐอเมริกา มองว่า สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย คือ ระบบผังเมืองที่ยังไม่ดีนัก ไม่มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เหล่านั้น เพราะเมื่อเวลาเกิดอุทกภัย พื้นที่ใดที่มีผู้อยู่อาศัยมาก ย่อมได้รับผลกระทบมาก แต่หากกันไม่ให้มีผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยแล้ว ความสูญเสียต่างๆ ย่อมลดลง

นอกจากนี้ ควรมีการปฏิรูปที่ดินให้มีพื้นที่สำหรับผู้มีรายได้น้อย และผู้ประสบภัย ภายใต้งบประมาณที่จับต้องได้ เช่น การหาพื้นที่ในการสร้างบ้านขนาดประมาณ 400 ตร.ม. ให้กับคนกลุ่มนี้ พร้อมกับมีโปรแกรมที่ทำให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีที่อยู่อาศัยสามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้ หรืออาจใช้วิธีหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้เช่าแทนการซื้อก็เป็นอีกแนวทางที่ดี

ในที่ประชุมครั้งนี้ยังมีการเสนอแนวคิดให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ จัดสรรพื้นที่บางส่วนในโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย เป็นพื้นที่สำรองให้กับผู้มีรายได้น้อย และผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วย ซึ่งจะต้องมีการกำหนดเป็นสัดส่วนเปอร์เซนต์ที่ชัดเจน รวมถึง การมีนโยบายสร้างบ้านใกล้ระบบสาธารณูปโภค เช่น รถไฟฟ้า ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

งัดนวัตกรรมการเงินฟื้นน้ำท่วม

สำหรับนโยบายทางการเงินเป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีการเสนอความคิดเห็นในที่ประชุมซึ่งล้วนระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางนโยบายทางการเงิน โดยในส่วนของผู้ประสบภัย ควรมีการตั้งกองทุนสำรองช่วยเหลืออุทกภัยไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นกองทุนที่อาจจะมีทุนเริ่มต้นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และมีการระดมทุนต่อเนื่อง เพื่อเวลามีเหตุการณ์อุทกภัยเกิดขึ้น ก็พร้อมช่วยเหลือได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอขอความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ

ขณะที่การเข้าถึงสินเชื่อบ้านของผู้มีรายได้น้อยก็เช่นกัน ควรมีนวัตกรรมทางการเงินที่ทำให้คนได้มีบ้าน และหากบ้านของคนกลุ่มนี้ได้รับความเสียหายภัยธรรมชาติ ก็มีวงเงินช่วยเหลือซ่อมแซม และวงเงินสร้างบ้านใหม่ ซึ่งประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับทั้งภาครัฐ และสถาบันการเงิน ที่ต้องร่วมมือกัน เพื่อช่วยให้คนมีบ้าน และฟื้นฟูให้คนได้มีบ้านอีกครั้ง

ออกแบบบ้านช่วยผู้ประสบภัย

ด้านสถานการณ์และแนวทางการช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย ชำนาญ วังตาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติ ประเทศไทย กล่าวว่า มีแนวโน้มที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทยจะเปลี่ยนวิธีการประเมินความเสียหายใหม่ ด้วยการนำภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้รัฐสามารถจัดลำดับความเสียหายได้แม่นยำ และเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ดีขึ้น

ขณะที่มูลนิธิอยู่ระหว่างออกแบบบ้านเพื่อประสบภัยรูปแบบใหม่ ในลักษณะบ้านน็อคดาวน์ ที่จะต้องมีน้ำหนักเบา เพื่อขนย้ายได้มากขึ้น แต่ต้องทนทานขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่าจะต้องเกิดอุทกภัยที่รุนแรงมากขึ้น โดยปัจจุบันมีการนำนวัตกรรมบ้านแบบใหม่ๆ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยมากขึ้น เช่น รถคอนเทนเนอร์ที่ขนชิ้นส่วนบ้าน ซึ่งตัวรถสามารถแปลงเป็นห้องเอนกประสงค์ ส่วนชิ้นส่วนบ้านจะประกอบเป็นบ้านชั่วคราว และมีบางชิ้นส่วนที่นำไปซ่อมบ้านเดิมได้ หลังจากนั้นจะเก็บชิ้นส่วนต่างๆ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่อื่นต่อ

บทสรุปสำคัญจากการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้มองเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการนำเสนอแนวทางป้องกันระยะยาวให้กับที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการสร้างนโยบายผังเมืองที่ดี ระบบสินเชื่อ เทคโนโลยีบ้านแข็งแรง และการให้ความรู้เรื่องโลกร้อนอย่างจริงจัง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งรัฐบาล เอกชน และชุมชน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก