คอนโดฯ ส่งสัญญาณขยับฐานราคาไตรมาส 3

วันที่ 30 เม.ย. 2554 เวลา 21:44 น.
สมาคมฯ อาคารชุดไทย ประเมินต้นทุนก่อสร้างพุ่ง ดอกเบี้ยขึ้น ดันคอนโดมิเนียมปรับฐานราคาใหม่อีก 5-10%

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ราคาคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่มีแนวโน้มที่จะปรับฐานสูงขึ้นประมาณ 5-10% ในช่วงไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและอัตราดอกเบี้ยที่ขยับขึ้นตั้งแต่ช่วงนี้ โดยเฉพาะในบางทำเลที่มีจำนวนห้องชุดเปิดขายใหม่ไม่มากนัก และยังมีความต้องการสูง จะมีโอกาสปรับราคาขึ้นได้มากกว่า

ขณะที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมาจนถึงไตรมาส 2 ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นมากนัก เพราะการที่หลายค่ายแห่กันเปิดโครงการใหม่จำนวนมากในปลายปีที่ผ่านมา ทำให้การแข่งขันสูงจนแต่ละโครงการไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ ต้องรอเวลาที่แต่ละทำเลมีการดูดซับไปพอสมควรก่อน และจะต้องไม่มีซัพพลายเกิดใหม่จำนวนมากอีก ส่วนการที่หลายโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวไปแล้วระบุว่าได้ปรับราคาขึ้นในช่วงนี้ ล้วนเป็นไปตามกลยุทธ์การตลาดที่ต้องการปรับขึ้นเพื่อทำโปรโมชั่นลดราคาให้กับลูกค้า

สอดคล้องกับนายสุทธิพันธ์ วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนวูด กล่าวว่า ปัจจุบันหลายค่ายวัสดุก่อสร้างยังไม่ได้ปรับราคาสินค้าขึ้น เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อสภาพการแข่งขัน แต่หลายโครงการที่อยู่อาศัยได้ประกาศปรับขึ้นราคาบ้านไปแล้วอย่างน้อย 5-10% ซึ่งเป็นเพราะปูนและเหล็กมีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คาดว่าจะเห็นภาพการปรับราคาที่อยู่อาศัยขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่มีแต่ปัจจัยลบทั้งดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าต่างๆ จึงคาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมจะชะลอตัวมากขึ้น

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น ต้องจับตามองแบงก์พาณิชย์ว่าจะปรับขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ เพราะปัจจุบันยังไม่เห็นท่าทีของแบงก์พาณิชย์ต่อการขยับขึ้นดอกเบี้ยเท่าไรนัก อีกทั้ง ที่ผ่านมาแบงก์พาณิชย์ยังลงมาแข่งปล่อยสินเชื่อให้กับภาคที่อยู่อาศัยอย่างดุเดือด เพราะสินเชื่อประเภทดังกล่าวมีความเสี่ยงต่ำสุด จึงจะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่เสนอให้กับภาคที่อยู่อาศัยต่ำกว่าภาคอื่นๆ มาก ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญกว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ประกาศขึ้น โดยหากแบงก์พาณิชย์ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยตามดอกเบี้ยนโยบาย ตลาดจะได้รับผลกระทบแน่นอน

สำหรับต้นทุนดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้นจะส่งผลกระทบทั้งฝั่งผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ โดยในส่วนของผู้ซื้อ ต้องยอมรับว่าจะทำให้กำลังซื้อลดลง และอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่ผู้ประกอบการมีต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่ม ราคาวัสดุก่อสร้าง และราคาที่ดินสูงขึ้นด้วย รวมถึง ปัจจัยเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการให้ความกังวลมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ถ้าเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะที่ดี คาดว่าการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และต้นทุนต่างๆ คงจะยังไม่กระทบกับผู้ซื้อมากขึ้น เพราะการขยับขึ้นของต้นทุนต่างๆ เป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้ง ในไตรมาส 2 นี้ ฐานเงินเดือนของข้าราชการจะได้รับขึ้นแล้ว ทำให้คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมได้เป็นอย่างดี