กระทรวง พม. มอบโล่เกียรติยศ และเกียรติบัตร

วันที่ 22 ก.ย. 2565 เวลา 16:42 น.
กระทรวง พม. มอบโล่เกียรติยศ และเกียรติบัตร
เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2565

วันอังคารที่ 20 กันยายน 2565 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2565 พร้อมมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2564 จำนวน 82 ราย และ 2565 จำนวน 51 ราย รวมจำนวนทั้งสิ้น 133 ราย โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหนังสือวันเยาวชนแห่งชาติ เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน พุทธศักราช 2565 แด่ผู้แทนพระองค์ พร้อมด้วยนางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวรายงาน และนางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เบิกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ผู้แทนองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้แทนกลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เข้ารับโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (UNITED NATIONS) ได้ประกาศให้ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากลและขอให้ประเทศสมาชิกร่วมเฉลิมฉลองปีเยาวชนสากล ภายใต้คำขวัญ “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” (Participation, Development and Peace) เพื่อที่จะมุ่งเน้นให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตและสามารถช่วยสร้างเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้ง เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8  ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2528 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เจริญเติบโตสมวัยทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา มีความเข้าใจในการดำรงชีวิตตามกฎระเบียบของสังคม ได้จัดงานวันเยาวชนแห่งชาติอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้น ให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน และมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเยาวชน

นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ  และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูและสนับสนุนสร้างแรงจูงใจแก่ ผู้ทำคุณงามความดี มีความสามารถเป็นแบบอย่าง มีสภาวะเป็นผู้นำที่เข้มแข็งมากขึ้น สามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ, กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ, บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน และองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน โดยในปี 2564 แบ่งเป็น 11 สาขา ได้แก่ 1. สาขากฎหมายและการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน 2. สาขาการศึกษาและวิชาการ 3. สาขากีฬาและนันทนาการ 4. สาขาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี 5. สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6. สาขานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ 7. สาขาพัฒนาเยาวชน บำเพ็ญประโยชน์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน  8. สาขาศิลปวัฒนธรรม 9. สาขาศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม  10. สาขาสื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม 11. สาขาอาชีพ และในปี 2565 แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาสังคมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน 2. ด้านการศึกษา วิชาการ และนวัตกรรม 3. ด้านศิลปวัฒธรรม การสื่อสาร และอาชีพ สามารถติดตามรายชื่อผู้เข้ารับรางวัลได้ที่ www.dcy.go.th 

“วันที่ 20 กันยายน เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ” อยากฝากให้เยาวชนทั่วประเทศได้แสดงพลังของตนเอง เพื่อให้ชุมชนและสังคม เห็นความสำคัญของพลังเยาวชนที่กล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพและแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะส่งเสริม และสนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม เพราะเยาวชนคืออนาคตของชาติ นางจตุพร กล่าวทิ้งท้าย