คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ประกาศเคลื่อนการคุ้มครองเด็กเชิงรุกในทุกมิติ

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 13:34 น.
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ประกาศเคลื่อนการคุ้มครองเด็กเชิงรุกในทุกมิติ
วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 เวลา 13.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 เพื่อพิจารณากำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินงานด้านการคุ้มครองเด็ก เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย และยุทธศาสตร์ทีเกี่ยวข้อง รวมทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาปัจจุบัน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบร่างรายงานการประเมินความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การคุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2564 ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนงานคุ้มครองเด็กที่สำคัญ อาทิ การสร้างกลไกการคุ้มครองเด็กในระดับตำบล 2,504 แห่ง ทั่วประเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศและระบบแจ้งเหตุ

ซึ่งสร้างการมีส่วนร่วมของบุคคลแวดล้อมในการเฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือเด็ก อย่างไรก็ตาม จากการประเมินโดย TDRI และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย พบช่องว่างที่สำคัญ คือ การขยายให้มีกลไกคุ้มครองเด็กครอบคลุมทุกตำบล การส่งเสริมการทำงานของทีมสหวิชาชีพที่เชื่อมโยงระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติ โดยมีระบบการกำกับดูแล (Supervision) เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความเชี่ยวชาญ และสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานทางวิชาชีพ รวมทั้งการเชื่อมโยงภารกิจด้านเด็กและครอบครัว เพื่อให้มีการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและสนับสนุนให้ครอบครัวสามารถดูแลเด็กได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ

กระทรวงฯ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และองค์การ Child Frontiers จัดทำ ร่างวิสัยทัศน์ระบบคุ้มครองเด็กที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อกำหนดกรอบคิดและทิศทางในการจัดทำยุทธศาสตร์ฯ ฉบับต่อไป ให้สามารถตอบสนองให้เกิดการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กภายใต้สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยวิสัยทัศน์ระบบคุ้มครองเด็ก จะให้ความสำคัญการทำงานเชิงรุก โดยการค้นหา การประสานส่งต่อ และการจัดบริการของหน่วยงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กประสบปัญหาทางสังคม ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือที่เป็นไปอย่างมีมาตรฐานของทีมสหวิชาชีพ ซึ่งวิสัยทัศน์ฉบับนี้จะเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และเป็นกรอบในการจัดทำแผนและการดำเนินงานด้านการคุ้มครองเด็กของทุกหน่วยงาน ซึ่งคณะกรรมการได้รับหลักการร่างวิสัยทัศน์โดยขอมีการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้ร่างวิสัยทัศน์มีความครอบคลุมและครบถ้วนยิ่งขึ้น

คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับการผลักดันให้ทุกที่มีความปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน โดยการส่งเสริมให้ทุกสถานที่ที่มีเด็กในการดูแล จัดทำนโยบายคุ้มครองเด็กและใช้เป็นกรอบการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่สำคัญให้มีกลไกติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายคุ้มครองเด็ก เพื่อประกันว่าเด็กทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรงทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้มีความร่วมมือในการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทําผิด แต่อายุยัง     ไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษ ที่มีการปรับเกณฑ์อายุจากไม่เกิน 10 ปี เป็นไม่เกิน 12 ปี โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการเยียวยาผู้เสียหายและการให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิดได้รับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู โดยจะมีการจัดทำแนวปฏิบัติร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กระทรวงยุติธรรมกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข

นายจุติ ไกรฤกษ์ เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนมติสำคัญที่คณะกรรมการคุ้มครองเด็กได้เห็นชอบในวันนี้ กระทรวง พม. จะมีการทบทวนและพัฒนาระบบ รูปแบบ โครงสร้างการดำเนินงาน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและ มีมาตรฐานเชิงวิชาชีพ ทั้งในบทบาทของผู้ปฏิบัติงานและการให้คำแนะนำปรึกษากับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีความสำคัญในการจัดสวัสดิการสำหรับเด็กและครอบครัว และที่สำคัญคือ ความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่จะร่วมกันขับเคลื่อนงานคุ้มครองเด็ก โดยไม่เลือกปฏิบัติเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กต่อไป