สส. จับมือไปรณีย์ไทยและภาคคีเครือข่าย reBOX “กล่อง BOX บุญ” ส่งต่อหน้ากากอนามัย 3 แสนชิ้น ให้ 8 รพ.

วันที่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 11:17 น.
สส. จับมือไปรณีย์ไทยและภาคคีเครือข่าย reBOX “กล่อง BOX บุญ” ส่งต่อหน้ากากอนามัย 3 แสนชิ้น ให้ 8 รพ.
เมื่อวันที่18 พ.ย. 64ณ อาคารบริหาร สำนักงานใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีการจัดกิจกรรม “ไปรษณีย์ reBOX จากใจ ไปรษณีย์ไทย X คนไทย ส่งต่อ "หน้ากากอนามัย" ให้โรงพยาบาล”

ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน) โชว์ความสำเร็จโครงการ reBOX “กล่อง BOX บุญ” ส่งต่อหน้ากากอนามัย 8 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ถึง 3 แสนชิ้น โดยมีนางภาวินี ณ สายบุรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ คณะกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และนางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน

นางภาวินี ณ สายบุรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้ดำเนินโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน) โดยมุ่งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจัดการกับปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน นำขยะที่เกิดขึ้น กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Economy Circular Economy Green Economy : BCG Model) โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ขยะที่หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และจะส่งต่อให้กับโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนการดำเนินงานของบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป

“กิจกรรม “ไปรษณีย์ reBOX จากใจ ไปรษณีย์ไทย X คนไทย ส่งต่อ "หน้ากากอนามัย" ให้โรงพยาบาล คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน) เพราะสามารถจัดส่งหน้ากากอนามัยทางการแพทย์รวมจำนวนถึง 300,000 ชิ้น ใน "กล่อง BOX บุญ" ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลจำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย รพ.พระนครศรีอยุธยา, รพ.นครนายก, รพ.แม่สอด, รพ.บ้านตาก, รพ.มหาราชนครราชสีมา, รพ.บุรีรัมย์, รพ.ยะลา และรพ.ปัตตานี เพื่อให้บุคลากรทางแพทย์ได้นำไปใช้ในการปฏิบัติงาน รองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วยชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมกล่าว