
เมื่อเส้นชัยของการวิ่ง คือ โอกาสให้ใครบางคนได้กลับมา
เมื่อเส้นชัยของการวิ่ง... คือโอกาสให้ใครบางคนได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง
บางคนวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่บางคนกำลังวิ่งกลับเข้าสู่สังคมอีกครั้ง อย่างกิจกรรม “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ Recovery Run” ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจะจัดในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ที่สวนหลวงร.9 เพื่อช่วยเปลี่ยนทัศนคติของสังคมและเปิดโอกาสให้คนที่เคยก้าวพลาดให้ได้มีที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรีในสังคม ให้โอกาสสังคมได้มีทรัพยากรที่ดีกลับคืนมา
มารู้จักกับการวิ่งกันก่อน
กิจกรรมการวิ่งแบบ Fun Run ที่มักเป็นรูปแบบทั่วไปในการวิ่งการกุศล มักมี 2 ประเภท แบ่งตามระยะทาง คือ 5 กิโลเมตร กับ 10 กิโลเมตร ระยะทาง 5 กิโลเมตร ไม่ได้ไกลเกินไปสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ วิ่งไป หยุดไป เดินไป คุยไปได้ พอสนุก มีกำลังใจที่จะวิ่งจนจบได้สบายๆ ส่วนนักวิ่งที่จริงจังมากขึ้นหรือผู้ที่มีประสบการณ์แล้วอยากท้าทายตัวเอง ระยะทาง 10 กิโลเมตรถือเป็นการทดสอบความอึด เพิ่มความแข็งแรง ทนทานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ หัวใจ และปอด แต่ไม่ได้มากเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว
เปลี่ยนสุขภาพ เปลี่ยนทัศนคติของสังคม
เมื่อออกวิ่ง สุขภาพของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทัศนคติหรือมุมมองของเราจะเปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะอย่างน้อย จะได้ทราบว่ากิจกรรม “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ ... Recovery Run” เกิดขึ้นเพื่อชวนให้คนในสังคมมองผู้ที่ผ่านการบำบัดหรือพ้นโทษเกี่ยวกับยาเสพติดในมุมใหม่ และตระหนักว่าการให้โอกาสในการเดินกลับมามีความสำคัญมาก เพราะคนที่คิดจะเลิกยา ไม่ได้แค่หยุดเสพ แต่ต้องแบกความรู้สึกมหาศาลทั้งความอับอาย ความล้มเหลว ความผิดหวังของครอบครัว และคำตัดสินจากสังคม
ภฤศ บุญทองนุ่ม หรือ แพท พาวเวอร์แพท ผู้เคยผ่านเส้นทางนี้มาแล้ว เล่าว่าการกลับมาสู่สังคมนั้น ไม่ง่ายเลย แต่เมื่อตัดสินใจว่าไม่อยากให้ชีวิตตัวเองย่ำแย่เหมือนเดิม และเลือกเส้นทางใหม่ที่ถูกต้อง แพทให้โอกาสตัวเอง และโชคดีที่มีครอบครัวคอยให้กำลังใจ และได้รับโอกาสที่จะกลับมายืนในสังคม
“สุดท้ายแล้ว มันจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวเราเองก่อน แต่คนรอบข้าง หรือคนอื่นๆ ที่มอบโอกาส มอบกำลังใจ ก็เป็นอีกตัวช่วยที่สำคัญ”
หยุดตีตรา หันมาให้โอกาสดีกว่า
เพราะผู้ผ่านการบำบัดจำนวนมากสามารถกลับไปทำงาน ดูแลครอบครัว และใช้ชีวิตปกติได้ หากได้รับโอกาสจากคนรอบข้าง ซึ่งในปัจจุบัน มีองค์กรนับพันแห่งทั่วประเทศที่ได้ให้โอกาสรับคนเหล่านี้กลับเข้าทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ
กานดา ช่วยเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสภาพ (Recovery) กล่าวว่า ผู้ที่ผ่านการบำบัดมีอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่เลิกได้และไม่กลับไปยุ่งกับยาเสพติดอีก กลุ่มที่ 2 คือ คนที่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบบำบัดได้ และกลุ่มที่ 3 ที่พบบ่อยและมีจำนวนมาก คือ ผู้ที่พยายามเลิกแต่พลาดและกลับไปเสพซ้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกสังคมตีตรามากที่สุด
“คนที่กำลังเลิกยา เหมือนคนที่กำลังเดินข้ามทะเลทรายที่ร้อนระอุ ไม่มีน้ำ ไม่มีแรง มีแต่สายตาของสังคมคอยจับจ้อง ตีตราคนเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา เราจะเป็นโอเอซิสให้เขาได้ไหม เขายังให้โอกาสตัวเอง แล้วเราจะหวงโอกาสไปทำไม” กานดากล่าว
แค่วิ่งจะเปลี่ยนทัศนคติของคนและสังคมได้จริงหรือ
อย่างน้อยที่สุด การเข้าร่วมกิจกรรมที่มีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์เรื่องการให้โอกาสผู้ที่เคยก้าวพลาดได้กลับมาสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี สามารถจุดประกายให้เกิดมุมมองใหม่ในสังคม
ในขณะที่ร่วมกิจกรรม คนที่วิ่งอยู่ข้างๆ เรา อาจเป็นคนที่ประสบความสำเร็จหรือกำลังพยายามก้าวข้ามการตีตราของสังคมมาแล้ว หรืออาจเป็นคนที่เคยมอบโอกาสใหม่ให้กับผู้ที่กำลังพยายามก้าวสู่เส้นทางที่สังคมเห็นว่าถูกต้อง และนี่เป็นโอกาสที่เราจะได้ตระหนักว่า การให้โอกาสเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว คนที่เคยก้าวพลาดยังให้โอกาสตัวเอง ศักยภาพของพวกเขา ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่น ๆ เลย
“วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ ...Recovery Run” จึงไม่ใช่แค่งานวิ่ง แต่คือพื้นที่ที่ผู้คนจากหลากหลายชีวิตออกมาวิ่งเคียงกัน โดยไม่มีใครถูกตัดสินจากอดีต และร่วมกันเป็นกำลังใจเล็กๆ ที่ช่วยให้ใครบางคนเชื่อว่า เขายังมีคุณค่าและมีที่ยืนในสังคม
แม้จำนวนผู้ร่วมวิ่งจะเต็มแล้ว แต่การให้โอกาสไม่เคยเต็ม เราทุกคนยังสามารถเริ่มต้นได้จากการหยุดตีตรา รับฟัง และเชื่อว่าคนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงได้ บางครั้ง สิ่งที่ช่วยให้คนคนหนึ่งไม่กลับไปเส้นทางเดิม อาจไม่ใช่คำสอนที่ยิ่งใหญ่แต่อาจเป็นเพียง “โอกาสอีกครั้ง” จากสังคม







