เจาะเบื้องลึก! รถเมล์ไทยกับ “CEO กุลพรภัสร์” ดันเทคโนโลยี AI พลิกโฉมระบบขนส่ง
เปิดใจ "กุลพรภัสร์ CEO" ไทย สมายล์ บัส เจาะเบื้องหลังการนำเทคโนโลยี AI ยกระดับระบบขนส่งมวลชน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้รถเมล์ไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
เร็วๆ นี้ หลายคนคงได้เห็นข่าวจากสื่อต่างๆ ถึงการเปิดตัว Transit Smart Hub ห้องควบคุมระบบการเดินรถขนาดใหญ่ ที่สร้างปรากฏการณ์ยกระดับรถเมล์ไทยให้มีศูนย์ควบคุมอัจฉริยะเหมือนกับหอบังคับการบิน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสะท้อนความกล้า วิสัยทัศน์ และความทุ่มเทของผู้บริหาร ไทย สมายล์ บัส
ล่าสุด ทีมข่าว Posttoday ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “คุณกิ๊ก” กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ของรถเมล์ไฟฟ้าเครือ ไทย สมายล์ บัส โดยคุณกิ๊กเริ่มต้นเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองถึงความฝัน ความหวังในการพัฒนารถเมล์ไทยว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ตนเองกระโดดเข้ามาอยู่ในวงการรถเมล์ไทย “ไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก” เพราะธุรกิจนี้มีผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมหลายภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานกำกับดูแล สารพัดกฎระเบียบ ไหนจะเพื่อนร่วมท้องถนน ผู้โดยสาร พนักงาน ทุกส่วนล้วนมีความต้องการของตนที่แตกต่างกัน
คำถามสำคัญแล้ว TSB จะทำอย่างไรเพื่อประสานให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ ในขณะที่บริษัทขนส่งที่ใช้เงินทุนมหาศาลต้องเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ?
CEO หญิงเล่าต่อว่า ช่วงแรกที่เข้ามาทำธุรกิจนี้บรรดาเพื่อนพ้อง หรือผู้ใหญ่หลายคนยังโทรมาแซวกันว่า “รถเมล์นี่เป็นธุรกิจปราบเซียนเลยนะกิ๊ก” ซึ่งพอเข้ามาทำเต็มตัวก็เห็นเลยว่า โจทย์ครั้งนี้หินจริง เพราะต้องคิดให้ตกผลึก และพัฒนาระบบต่างๆ ให้รถเมล์ของประเทศไทยเติบโตขึ้นไปพร้อมกัน
อย่างที่เคยพูดในสื่อสำนักต่างๆ CEO กิ๊ก ย้ำว่าตัวเองมาจากมนุษย์เงินเดือน เป็นลูกจ้างเขามาก่อน เคยต้องพึ่งพาใช้บริการรถสาธารณะทุกวัน จึงเข้าใจดีถึงปมในใจของคนใช้รถเมล์ เลิกงานมาเหนื่อยๆ ก็อยากรีบขึ้นรถกลับบ้านไปพักผ่อน แต่ต้องมายืนรอตากแดดตากฝุ่น ยิ่งวันไหนฝนตกรถก็ติดรถมาช้ายิ่งแล้วใหญ่ มันเกิดคำถามในใจมาตลอด พอวันนึงตนเองประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ได้มีโอกาสไปเมืองนอกยิ่งได้เห็นในต่างประเทศ ทำไมรถเมล์บ้านเขาสะดวกจังเลย จึงวาดฝันว่า สักวันประเทศไทยบ้านเราจะต้องมีรถเมล์คุณภาพให้ใช้กับเขาบ้าง
ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาของ TSB ผ่านมีเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะเปลี่ยนผ่านจากรถ NGV สู่ EV 100%, เดินหน้าประกอบรถเมล์ไฟฟ้าด้วยฝีมือคนไทย, พัฒนาโปรดักซ์ที่แตกต่างให้แก่ผู้โดยสาร อย่างบัตร HOP สิทธิพิเศษเดินทางได้ไม่อั้น แต่สูงสุดไม่เกิน 40 บาทเท่านั้น เพื่อจูงใจให้ผู้คนเกิดการใช้บริการขนส่งสาธารณะ เพราะในชีวิตจริงความต้องการของคนเดินทาง ไม่ใช่แค่มีรถที่ดีแล้วจบ แต่เงื่อนไขการให้บริการ “จังหวะเวลารถมาถึง ความถี่การให้บริการ ความเชื่อมั่น” ทุกอย่างจะสอดรับกันไปแทบทั้งสิ้น
เมื่อทีมข่าวของเราถามถึงสารพัดโจทย์ท้าทายที่ต้องเจอ แล้วก้าวต่อไปของ TSB จะเป็นอย่างไร ? CEO กุลพรภัสร์ ฉายภาพให้ฟังเป็นฉาก ๆ ว่า ในมุมของผู้บริหารตนเองคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมรถเมล์ไทยจะต้องเปลี่ยน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้เกิดการยกระดับธุรกิจจริง ๆ เสียที
เนื่องจากปัญหาของวงการรถเมล์ คือ เราอาศัยความคุ้นเคยในการตัดสินใจ ซึ่งการจะเป็นธุรกิจที่มั่นคงเราปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ เราจะลดการพึ่งพาความรู้สึก แล้วนำสถิติที่เป็นข้อมูลจริงของผู้โดยสารมากำหนดทิศทางการให้บริการ ดังนั้น อนาคตของ ไทย สมายล์ บัส จะต้องเป็นผู้นำของธุรกิจรถเมล์ไฟฟ้าของคนไทยแห่งแรก ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data-Driven Company)
การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมให้เห็นอย่างชัดเจนของ TSB คือ การทุ่มทุนสร้างศูนย์ควบคุมการเดินรถอัจฉริยะครบวงจร Transit Smart Hub คิดภาพง่าย ๆ ว่าเหมือนรถเมล์ จะมีหอบังคับการบิน คอยรวบรวมข้อมูลสำคัญขององค์กรมาอยู่บนจอพาโนรามิกขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการเดินรถ ความเร็ว ปริมาณการใช้พลังงาน รถที่ออกให้บริการ รายได้ที่เข้ามา เพื่อใช้บริหารจัดการทั้ง 124 เส้นทางของรถเมล์ไฟฟ้า-เรือโดยสารไฟฟ้า ไทย สมายล์ โบ้ท ให้สามารถมอนิเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยหัวใจสำคัญของ TS-Hub คือ การเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้าน Fleet Management ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยจัดการข้อมูล ควบคู่กับเจ้าหน้าที่ Mass Transit Control คอยบริหารการเดินรถ ตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุหรือพบว่าพนักงานมีการกระทำที่สุ่มเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ง่วงนอน เล่นมือถือ ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงผ่านจอแบบเรียลไทม์ และบันทึกให้สามารถติดตามย้อนหลังได้อีกด้วย
ปลายทางของทุกอย่างที่ TSB ลงทุนพัฒนา ไม่ใช่มีเทคโนโลยีเท่ ๆ ล้ำสมัย แต่เป็นการลดปัญหาการเดินทางของผู้โดยสาร พร้อมกับยกเครื่องการทำงานภายในองค์กร ให้เป็นบริษัทที่พร้อมขับเคลื่อน ปรับตัวตามเทคโนโลยี ให้ธุรกิจสามารถหล่อเลี้ยงพนักงานได้อย่างมั่นคง
ความตั้งใจของ TSB ที่ประกาศเป็นคำขวัญไว้ว่า “เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” วันนี้แม้จะยังไม่สำเร็จ 100% แต่ตนเองในฐานะ CEO เชื่อว่าสิ่งที่เราพิสูจน์มาตลอด คือ “ไม่หยุดพัฒนา และเราลงมือทำ” ด้วยการสร้างโครงข่ายรถเมล์ไฟฟ้า 2,350 คัน, อู่สาขาอีก 24 แห่ง ไปจนถึงสถานีชาร์จที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบ EV 100%


