ศุภชัย-ซิกเว่ โชว์วิสัยทัศน์ True ปั้นนิเวศดิจิทัล ปันผลแกร่ง
ศุภชัย - ซิกเว่ พบนักวิเคราะห์ เปิดวิสัยทัศน์ ARISE True : ปั้นระบบนิเวศน์ดิจิทัล, วินัยการเงินเข้ม, เดินหน้า จ่ายเงินปันผลแบบต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นทุกปี (Progressive Dividend)
ผู้บริหารระดับสูงของ อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อนักวิเคราะห์ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 26 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก โดยตอกย้ำทิศทางอย่างชัดเจนว่า ทรูจะเดินหน้าวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นเช่นเดิม ควบคู่กับการสร้างการเติบโตจาก AI และดิจิทัลอีโคซิสเต็ม ขณะเดียวกัน “อไรซ์” จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขยายศักยภาพด้านเทคโนโลยี
ผู้บริหารระดับสูงของ อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อนักวิเคราะห์ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 26 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก โดยตอกย้ำทิศทางอย่างชัดเจนว่า ทรูจะเดินหน้าวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นเช่นเดิม ควบคู่กับการสร้างการเติบโตจาก AI และดิจิทัลอีโคซิสเต็ม ขณะเดียวกัน “อไรซ์” จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขยายศักยภาพด้านเทคโนโลยี
สำหรับ True IDC และ Ascend Money จะยังมีการร่วมทุนกับผู้ถือหุ้นรายเดิม แต่ในทางปฏิบัติ อไรซ์จะทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลเหล่านี้ควบคู่ไปกับทรู ขณะที่อไรซ์จะสนับสนุนการลงทุนเชิงลึกด้าน AI, Cloud และ Data Center ผ่านบริษัทย่อยเฉพาะทาง เพื่อไม่สร้างภาระต่อเนื้อธุรกิจโทรคมนาคมของทรู และสร้างSynergy Value ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขณะที่ นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น และประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจเทค-โทรคมนาคม และดิจิทัล อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ยืนยันว่าดีลครั้งนี้ไม่ทำให้วินัยทางการเงินเปลี่ยนแปลง เป้าหมายยังคงเป็น “Progressive Dividend” จ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% พร้อมลดอัตราหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลงสู่ระดับ 3.2 เท่าในปี 2027 โดยบริษัทระบุว่าไม่จำเป็นต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจของผู้บริโภคยังอยู่บนฐานของ 4G และ 5G ขณะที่ 6G ยังไม่ใช่วงจร CAPEX ที่ต้องเร่งด้วยต้นทุนสูง
นอกจากนี้ นายศุภชัย ได้ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI และ Cloud จะไม่ทำให้ทรูต้องแบกรับภาระการลงทุนหนักเหมือนโครงสร้างพื้นฐานยุคก่อน เนื่องจากการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น GPU และดาต้าเซ็นเตอร์ จะดำเนินการโดย True IDC ในขณะที่ทรูจะใช้ฐานข้อมูลและผู้ใช้งานขนาดใหญ่เพื่อสร้างรายได้รูปแบบใหม่ผ่านโมเดล Revenue Sharing กับพันธมิตรระดับโลก
ประธานกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอไรซ์ ระบุต่อไปว่าวิสัยทัศน์ระยะยาวของอไรซ์คือการทำให้ทรูสร้างมูลค่าเพิ่ม 2–3 เท่า พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ธุรกิจโทรคมนาคมของทรูจะมุ่งเน้นเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการใช้ข้อมูลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยจะไม่ขยายการลงทุนข้ามไปยังอุตสาหกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น เกษตร อสังหาริมทรัพย์ หรือค้าปลีก การลงทุนและ Synergy ที่เกิดขึ้นจะจำกัดอยู่บนฐาน “ดิจิทัล–โทรคมนาคมเทค–ฟินเทค” เท่านั้น
ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายย้ำว่า Synergy ที่ต้องการไม่ใช่การโยกสินทรัพย์หรือกำไรระหว่างบริษัท แต่คือการสร้าง Value Creation ที่ “1 บวก 1 มากกว่า 2” ผ่านการเชื่อมโยงระหว่างโทรคมนาคม ดิจิทัล มันนี่ ดาต้าเซ็นเตอร์ และแอปพลิเคชันเพื่อผู้บริโภค รวมถึงการใช้ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร
ดีลครั้งนี้ยังไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทีมบริหาร โดยทรูยังคงรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลระดับสากลหลังการควบรวม พร้อมวางแผนสืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นระบบ แข็งแรง และไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล นอกจากนี้ อไรซ์กำลังเตรียมนำระบบ Stock Options มาใช้กับผู้บริหารเพื่อผูกผลประโยชน์ร่วมกับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ในภาพรวม กลยุทธ์ใหม่ของอไรซ์และทรูสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสู่การลงทุนในเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อน “บริการ + มูลค่าเพิ่ม” โดยทรูจะคงวินัยทางการเงิน ลดหนี้ จ่ายปันผล และใช้ AI เพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจโทรคมนาคมสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ผลประโยชน์สุดท้ายของดีลนี้จึงอยู่ที่การเติบโตของผลประกอบการ ความสามารถในการสร้างเงินปันผล และโอกาสขยายตัวของไทยในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาค
นายศุภชัย ระบุว่าในบทบาทภายใต้อไรซ์ ซึ่งมีสินทรัพย์ในระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจรทั้งโทรคมนาคม เงินดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และสตาร์ทอัพ เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้อไรซ์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย พร้อมมีบทบาทขับเคลื่อนศักยภาพดิจิทัลของประเทศสู่เวทีระดับภูมิภาคอย่างแข็งแกร่ง


