คัด 13 หุ้นเด่น หลบภัยกองทุนเทขายหุ้นไทย 4 เดือนรวด 5.7 หมื่นล้าน
กองทุนไทยเทขายหุ้น 4 เดือนรวด 5.7 หมื่นล้านบาท แนะเก็งกำไรหุ้นกองทุนถือน้อยกว่า 1% ระวัง 13 หุ้นเสี่ยง กองทุนถือเกิน 4%
KEY
POINTS
- กองทุนในประเทศเทขายหุ้นไทยต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน (ต.ค. 68 - ม.ค. 69) เป็นมูลค่ารวมกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท
- บล.เอเซีย พลัส คัดเลือก 13 หุ้นเด่นหลบภัย เนื่องจากเป็นหุ้นที่กองทุนถือครองในสัดส่วนต่ำกว่า 1% ทำให้มีความเสี่ยงจากแรงขายจำกัด
- หุ้นหลบภัย 13 ตัวดังกล่าวประกอบด้วย IRPC, PTG, STGT, STA, M, GUNKUL, CPAXT, BA, SJWD, SIRI, LH, SPALI และ DELTA
สภาวะตลาดการเงินโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับคลื่นความผันผวนอย่างรุนแรงจากหลายปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ความกังวลเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown) รวมถึงความกลัวเรื่องการ Unwind Yen Carry Trade
ปัจจัยลบดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มสลับมาขายสุทธิ ETF ในตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นสัปดาห์แรกด้วยมูลค่าสูงถึง 23,744 ล้านบาท หลังจากที่นักลงทุนมีการซื้อสุทธิมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตลอด 6 เดือนก่อนหน้านี้
ตลาดหุ้นไทย ต่างชาติซื้อ แต่กองทุนทิ้ง
กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย พบว่า แม้นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิเดือน ม.ค.2569 (5-26 ม.ค.2569) ที่ 2,847.97 ล้านบาท ซื้อสุทธิเป็นเดือนที่ 2 ต่อเนื่องจากเดือน ธ.ค.2568 ต่างชาติซื้อ 6,052.90 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศหรือกองทุน ยังขายสุทธิหนักในเดือน ม.ค.2569 ถึง 25,590.04 ล้านบาท ต่อเนื่องจากเดือน ธ.ค.2568 กองทุนขายสุทธิ 9,790.00 ล้านบาท, เดือน พ.ย.2568 กองทุนขายสุทธิ 9,176.24 ล้านบาท และเดือน ต.ค.2568 กองทุนขายสุทธิ 13,197.09 ล้านบาท รวมขายสุทธิติดต่อกัน 4 เดือน ทั้งสิ้น 57,753.37 ล้านบาท
คัดกรองหุ้นหลบภัย-หุ้นเสี่ยง
จากแรงกดดันด้านการขายของกองทุนในประเทศ ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ได้วิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนโดยแบ่งหุ้นออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
- กลุ่มหุ้นที่น่าเก็งกำไร (สัดส่วนกองทุนถือน้อยกว่า 1%) หุ้นในกลุ่มนี้มีโอกาสได้รับผลกระทบจากแรงขายของกองทุนค่อนข้างจำกัด เนื่องจากกองทุนถือครองอยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ IRPC, PTG, STGT, STA, M, GUNKUL, CPAXT, BA, SJWD, SIRI, LH, SPALI และ DELTA
- กลุ่มหุ้นที่มีความเสี่ยงถูกขาย (สัดส่วนกองทุนถือมากกว่า 4%) นักลงทุนควรระมัดระวังหุ้นกลุ่มที่กองทุนถือครองในสัดส่วนสูง เนื่องจากอาจเผชิญกับความเสี่ยงถูกขายสุทธิเพื่อลดพอร์ต ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันด้านราคาที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานของบริษัท ประกอบด้วย KTB, BAM, SCB, BCP, PTT, WHART, ERW, FTREIT, TTB, AMATA, BAREIT, TIDLOR, PR9, CPNREIT, MTC, BCH, AEONTS และ COM7


