
มหาสารคามวางเป้าสุขภาพดี 86.5 ปี ขับเคลื่อนด้วยพลังชุมชน
มหาสารคามร่วม สสส. เชื่อมภาคีใช้ข้อมูลชุมชนวางแผนลดโรค NCDs ดูแลผู้สูงอายุและเด็กปฐมวัย มุ่งเป้าประชาชนมีอายุเฉลี่ยสุขภาพดี 86.5 ปี ภายในปี 2585
มหาสารคามร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน “มหาสารคามเมืองสุขภาวะ” ใช้ข้อมูลชุมชนวางแผนแก้ปัญหาสุขภาพ มุ่งลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ดูแลผู้สูงอายุ และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เชื่อมความร่วมมือจากหมู่บ้านสู่ระดับจังหวัด
ภาคีเครือข่ายกว่า 300 คน ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวล อำเภอพยัคฆ์ภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อกำหนดทิศทางสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน มีผู้แทนหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และฝ่ายวิชาการเข้าร่วม
นายสุเมธ ปานจำลอง นายกสมาคมสถาบันจัดการความรู้เกษตรกรรมยั่งยืน ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า ความร่วมมือเริ่มจากกลุ่มสภาฮักแพงเบิ่งแงงคนมหาสารคามและภาคส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการให้ประชาชนมีบทบาทจัดการปัญหาของตนเอง โดยไม่รอเพียงนโยบายภาครัฐ
โครงการทำงาน 2 ทิศทางควบคู่กัน คือเชื่อมโยงนโยบายจังหวัดและสร้างรูปธรรมจากฐานราก ใช้งบประมาณสนับสนุนจาก สสส. สร้างกลไกทำงานระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ให้คนในพื้นที่ใช้ข้อมูลออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยภาคประชาสังคมช่วยเชื่อมประสานและกระตุ้นความร่วมมือ
ด้าน ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 กล่าวว่า สสส. สนับสนุนงานสุขภาพในมหาสารคามต่อเนื่องกว่า 10 ปี ผ่านความร่วมมือของท้องถิ่น ท้องที่ ภาครัฐ และภาคประชาชน มุ่งให้ประชาชนสุขภาพดี อายุยืนยาว และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี
งานสำคัญคือค้นหาสาเหตุโรค NCDs ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ ควบคู่กับดูแลโภชนาการเด็ก ลดหวาน มัน เค็ม และป้องกันโรคอ้วน รวมถึงส่งเสริมอาหารปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้าและบุหรี่
ขณะที่นายประยูร พันศิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวล ย้ำว่า สุขภาพที่ยั่งยืนเริ่มจากชุมชนและความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
การขับเคลื่อนนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2566–2585 ซึ่งตั้งเป้าประชาชนมีอายุเฉลี่ย 94 ปี และอายุเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี 86.5 ปี ภายในปี 2585 พร้อมเชื่อมธรรมนูญสุขภาพจังหวัดที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดภัยจากโรค NCDs







