
SECOM ปักธงรุก Silver Economy คาดไทยเข้าสู่ยุคสูงวัยระดับสุดยอดปี 2030
ชู ‘Smart Security Care’ ขานรับสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ คาดประเทศไทยจะก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” ภายในปี 2033
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยในอัตราที่รวดเร็วจนน่าจับตามอง จากข้อมูลของธนาคารโลก หรือ World Bank เผยว่า ประเทศไทยใช้เวลาเพียง 18 ปีในการเปลี่ยนผ่านจาก “สังคมสูงวัย” (Aging Society) สู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) ซึ่งเร็วกว่า ญี่ปุ่นที่ใช้เวลากว่า 24 ปี
คาดว่าประเทศไทยจะก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ภายในปี 2033 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ สาธารณสุข และรูปแบบการอยู่อาศัย ทำให้ “Silver Economy” กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับภาคธุรกิจในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ
บริษัทรักษาความปลอดภัย ไทย ซีคอม จำกัด (SECOM) จึงพร้อมเดินหน้ารุกตลาด Silver Economy อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยสู่โอกาสทางธุรกิจ ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยี “AgeTech (Ageing Technology)” พร้อมชูระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ “SECOM Smart Security Care” เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย
นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด กล่าวว่า “AgeTech จะเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ โดย SECOM ได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยมาผสานกับนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อพัฒนาโซลูชัน ‘SECOM Smart Security Care’ รองรับทั้งกลุ่ม Silver Market และครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจากระยะไกล”
ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทแม่ของซีคอม ประเทศไทย(Thai Secom) กำลังเผชิญกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ
และด้วยศักยภาพในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมความปลอดภัยที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากยอดสัญญาบริการความปลอดภัยในที่พักอาศัยกว่า 1.62 ล้านสัญญา ส่งผลให้ซีคอม ในประเทศญี่ปุ่น มียอดการติดตั้งระบบความปลอดภัยในครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าว ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาโปรเจกต์ล่าสุดของไทย ซีคอม ในปัจจุบัน
สำหรับ “SECOM Smart Security Care” เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยผสานการทำงานของเทคโนโลยี IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะ อาทิ ระบบเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Sensor) ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัว รวมถึง “กล่องยาอัจฉริยะ” (Medicine Box) ที่สามารถแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนของผู้ดูแลเมื่อผู้สูงอายุลืมรับประทานยา
พร้อมกันนี้ยังมีปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Panic Button) ที่เชื่อมต่อโดยตรงไปยังศูนย์ควบคุม SECOM (SECOM Control Center) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและประสานงานกับหน่วยแพทย์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้สูงอายุและครอบครัว
ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ อาทิ แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566–2580) การพัฒนาระบบดูแลระยะยาว (Long-Term Care) และการผลักดัน Smart Healthcare เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรสูงวัยอย่างยั่งยืน และ SECOM มุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับสากล มาผสานกับนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร
โดย‘SECOM Smart Security Care’ จะเป็นมากกว่าโซลูชันด้านความปลอดภัย แต่เป็นรากฐานของความอุ่นใจ ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน







