
BJC ปิดดีลฮุบค้าปลีกเวียดนาม 2.25 หมื่นล้านบาท รุกตลาดอาเซียน
BJC ปิดดีล MM Mega Market Vietnam มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท รุกสร้าง Retail Ecosystem ระดับอาเซียนพร้อมเดินเกมลงทุนอย่างมีวินัย
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ MM Mega Market Vietnam (MMVN) ธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสมัยใหม่ในประเทศเวียดนาม มูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท ตอกย้ำยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจสู่ตลาดศักยภาพสูงในอาเซียน พร้อมวางเวียดนามเป็น “Growth Engine” สำคัญของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
ดีลครั้งนี้นับเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ BJC ในการต่อยอด Retail & Wholesale Ecosystem ระดับภูมิภาค ผ่านแพลตฟอร์ม Modern Trade ที่มีเครือข่ายธุรกิจแข็งแกร่ง ครอบคลุม 31 สาขาทั่วเวียดนาม และมีศักยภาพเติบโตสูงจากเศรษฐกิจเวียดนามที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของกำลังซื้อภายในประเทศ นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “BJC มองเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในภูมิภาค ทั้งในด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร และการเติบโตของธุรกิจ Modern Trade การเข้าซื้อ MM Mega Market Vietnam จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจ แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง Synergy ระยะยาวให้กับ Ecosystem ด้านค้าปลีก–ค้าส่งของกลุ่มบริษัททั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน”
“เรามองเห็นโอกาสในการต่อยอดร่วมกันหลายด้าน ทั้งการจัดซื้อ การพัฒนา Own Brand/ Private Label การบริหาร Supply Chain การเชื่อมโยงเครือข่าย Sourcing ระดับภูมิภาค ตลอดจนการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งของ BJC ในระยะยาว”
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัยควบคู่ไปกับการเติบโต โดยได้นำเงินส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หลายแปลง มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท มาใช้เพื่อลดภาระหนี้จากการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว สะท้อนแนวทางการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก (Asset Optimization) เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินในระยะยาว
“การลงทุนครั้งนี้สะท้อนแนวทางของ BJC ที่ให้ความสำคัญทั้งการเติบโตเชิงกลยุทธ์และวินัยทางการเงินควบคู่กัน เราเชื่อว่าการเข้าซื้อ MMVN จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ เสริมศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มบริษัทในระดับภูมิภาค และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นางฐาปณี กล่าวสรุป







