
เรียนรู้ต้นทางสร้าง “เด็กธรรมดา” สู่สังคม เปิดพื้นที่ระดมไอเดียสานต่อแคมเปญ “เด็กธรรมดา...คือสิ่งสวยงาม”
บางครั้งการมองให้เห็นถึงความธรรมชาติ ความธรรมดาในเด็กคนหนึ่ง และพัฒนาเขาจากจุดนั้น คือสิ่งที่สวยงาม และอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต”
“ท่ามกลางสังคมแห่งการแข่งขัน การเปรียบเทียบ อาจทำให้เรากำลังลืมไปว่าเด็กต้องการสิ่งใด บางครั้งการมองให้เห็นถึงความธรรมชาติ ความธรรมดาในเด็กคนหนึ่ง และพัฒนาเขาจากจุดนั้น คือสิ่งที่สวยงาม และอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต” นี่คือส่วนหนึ่งของมุมมองต่อสังคม อันเป็นที่มาของแคมเปญ “เด็กธรรมดา...คือสิ่งสวยงาม” ภายใต้โครงการ ไฟ-ฟ้า (FAI-FAH) โดยทีเอ็มบี ซึ่งเป็นโครงการ “ให้คืน” สังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนให้ชีวิตดีขึ้น
โครงการไฟ-ฟ้า (FAI-FAH) ได้เดินหน้าสานต่อ โดยจัดกิจกรรม “The Ordinary Mission จุดประกายสร้างเด็กธรรมดา” จัดเวิร์กชอปร่วมกันถอดองค์ความรู้ของแต่ละองค์กรเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ “คู่มือสร้างเด็กธรรมดาให้สังคม” ร่วมกับ 6 สถาบันองค์กร เครือข่ายเพื่อเด็กและเยาวชน
พร้อมจัดกิจกรรมห้องเรียนสำหรับพ่อแม่ในการสอนลูกอย่างไรให้เป็นเด็กธรรมดาที่มีความสุข โดยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ให้คำแนะนำถึงวิธีการเลี้ยง “เด็กธรรมดา” ให้กลายเป็น “คนธรรมดา” นั่นคือ คนที่เอาตัวรอดได้ ผ่านบันได 7 ชั้น และการพัฒนาเด็ก โดยการมุ่งเน้นสร้างสิ่งที่เรียกว่า EXECUTIVE FUNCTION (EF) หรือ ความสามารถระดับสูงของสมองที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้เด็กคนหนึ่งไปได้ดีกว่าเด็กอีกคนหนึ่งได้หรือไม่ในอนาคต โดยการสร้าง EF จะทำได้ในมากสุดในช่วงอายุตั้งแต่ 4-7 ปี และแข็งแรงเต็มที่เมื่อมีอายุ 25 ปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงวัยก่อนนั้นพ่อแม่ต้องสร้างฐานที่แข็งแรงให้ลูก จากกติกาสำคัญ 3 ข้อคือ พัฒนาการเป็นลำดับขั้น ช่วงเวลาวิกฤติ และหน้าที่
“พัฒนาการเป็นลำดับชั้น เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยเชื่อ แต่ถ้าเราทำชั้นที่หนึ่งแข็งแรง ชั้นถัดไปจะแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าลงทุนชั้นแรกเยอะ ชั้นต่อไปจะลงทุนน้อยลง ถ้าเราทำชั้นที่หนึ่งไม่แข็งแรงเวลาล้มจะพังครืน และโจทย์เรื่องเวลาวิกฤติ เป็นช่วงที่เรามีหน้าที่ต้องทำ หากปล่อยให้ล่วงเลยจะหมดโอกาส แม้พ่อแม่จะต้องทำงานหาเงินแต่ต้องบริหารเวลาให้สมดุล สุดท้ายคือ หน้าที่ ในแต่ละชั้นของการพัฒนาเด็กจะหน้าที่ ซึ่งพ่อแม่ต้องปล่อยให้ทำเพื่อจะพัฒนาสู่ช่วงชั้นถัดไปอย่างง่ายๆ” สิ่งสำคัญในการเลี้ยงลูกต้องไม่กดดัน หรือเปรียบเทียบ เพราะในช่วงวัยหนึ่งเด็กจะพัฒนาโดยอัตโนมัติ หน้าที่ของพ่อแม่คือ การสอนให้รู้เรื่องกาลเทศะ กฎกติกามารยาทในสิ่งทำได้หรือทำไม่ได้ แต่ไม่ควรมีข้อห้ามที่มากเกินไป ปล่อยให้มีการลองผิดลองถูก
“เราไม่เปรียบเทียบเลี้ยงลูกสบายๆ ไม่มีอะไรต้องเร่งเลยแม้แต่น้อย มีงานต้องทำอยู่แค่เรื่องเดียวคือ สร้างวินัย นอกจากนั้น เราปล่อยให้พัฒนาตามเส้นทางของเด็กธรรมดา ไม่มีอะไรต้องเร่งตั้งแต่แรก ถ้าเร่งถูกคนก็รอดตัวไป ถ้าเร่งผิดคนเด็กคนนั้นจะถดถอย การสร้าง EF ขึ้นอยู่กับความใจถึงของพ่อแม่ ยอมให้เสี่ยงเยอะก็สร้างได้เยอะ เพราะมันคือ การกำหนดเป้าหมาย แล้วควบคุมตัวเองเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย”
นายแพทย์ประเสริฐแนะนำว่า การเล่นและการทำงานบ้าน เป็นต้นทางของการสร้าง EF ที่ดี เพราะการเล่นทำให้ได้ปลดปล่อย ขณะที่การทำงานบ้านไม่ใช่เรื่องสนุก ซึ่งความสามารถที่จะเอาชนะความขี้เกียจและไม่สนุกได้ก็คือ EF ต้องพยายามฝึกให้ได้ก่อนอายุ 7 ขวบ เป็นการสร้างเด็กธรรมดา โดยเมื่อกลับมาถึงบ้านให้ทำงานแล้วค่อยเล่น ให้เจอของไม่สนุกก่อนไปเล่นสนุก นี่คือวิธีสร้าง EF ในบ้าน เริ่มได้ตั้งแต่ 3 ขวบไปจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อสร้างสมองที่ดี ไม่ได้หมายถึงฉลาด แต่มี สร้าง EF ที่ดี ทำให้เด็กควบคุมตัวเองไปจนกว่าไปถึงเป้าหมาย โดยเป็นผู้กำหนดเอง
นี่คือ ส่วนหนึ่งของคำแนะนำถึงวิธีการเลี้ยงเด็กธรรมดา ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งโลกเปิดกว้าง เต็มไปด้วยปัจจัยเร้ามากมาย และพ่อแม่ไม่สามารถบังคับลูกได้ ขณะที่เด็กยุคใหม่ต้องการเลือกทางเดินของตัวเอง ดังนั้น การสร้าง EF หรือ ความสามารถของสมองที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดอนาคต
สามารถติดตามเทปบันทึกการบรรยายของคุณหมอประเสริฐ “เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นเด็กธรรมดาที่มีความสุข” ฉบับเต็ม ได้ที่ TMB Make THE Difference YouTube Channel : https://youtu.be/Qq3Y7itfM0s







