
Beauty Buffet จับมือ Tmall บุกตลาดจีน
Beauty Buffet จับมือพันธมิตร Tmall อีคอมเมิร์ชรายใหญ่บุกประเทศจีน
Beauty Buffet จับมือพันธมิตร Tmall อีคอมเมิร์ชรายใหญ่บุกประเทศจีน
ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้แนวคิด Live a beautiful life เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางในช่วงครึ่งปีหลังยังมีอัตราการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องความสวยงามเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง ในปีนี้ทางบริษัทฯได้มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ พร้อมทั้งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆในตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ ล่าสุด Beauty Buffet ได้ทำการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อย ในรูปแบบของการเป็นตัวแทนจำหน่าย เปิด Flagship Store ในไตรมาส 3 โดยมุ่งเน้นช่องทางขายรูปแบบใหม่ Cross-Border E-commerce หรือ การซื้อขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Tmall ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซใหญ่อันดับต้นของประเทศจีน ซึ่งคาดว่าโอกาสในการขยายตัวน่าจะยังมีอีกมาก ผลตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ Beauty Buffet มีความหลากหลายมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ราคาไม่แพง เชื่อว่าช่องทางจำหน่ายใหม่จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ Beauty Buffet มียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นจากการหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น
“การตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ Partner Executive Distributor กับ Carrot Mall ซึ่งทาง Carrot Mall จะพิจารณาจากดีมานด์ ความต้องการจากกลุ่มลูกค้าในประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและประเทศอื่นๆ ซึ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางบริษัทฯจะทำงานร่วมกันทั้งด้านกลยุทธ์การตลาด โปรโมชั่น การคัดเลือกสินค้าเพื่อวางจำหน่าย”ดร.พีระพงษ์กล่าว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการสอดคล้องกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้นโยบาย Fast & Smart โดยกลยุทธ์การตลาดแบบ O2O (Online to Offline synchronization) ใช้สื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม เป็นพลังในการสร้างยอดขายให้กับช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคยอมรับในคุณภาพสินค้าเดิมที่มีอยู่แล้ว และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เน้นสินค้าที่เป็นอินโนเวชั่นตามเทรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อตรงกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับ แผนการดำเนินงานครึ่งปีหลังของตลาดในประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและขยายช่องทางจำหน่ายเพื่อรองรับกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าในประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งจีนและประเทศอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งจัดระบบ CRM สร้างยอดขายจากฐานลูกค้าที่มีอยู่และเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมภาพลักษณ์การเปิดตัวสินค้าใหม่ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น ควบคู่ไปกับการขยายตลาดเชิงรุกในต่างประเทศมากขึ้น โดยมีตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศในรูปแบบ Independent Shop,นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้าง “Shop License" และ "Product Distributor" ในกลุ่มประเทศ AEC ซึ่งรูปแบบการขายสินค้าจะเป็นช่องทางการจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายทั้ง Offline Retailer และ Online Retailer ที่ได้รับความนิยมในแต่ละประเทศอีกด้วย







