posttoday
"พาณิชย์"รุกขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาสมุนไพร

"พาณิชย์"รุกขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาสมุนไพร

07 กันยายน 2560

วางเป้าเพิ่มมูลค่าสินค้าสมุนไพรทะลุ 3.6 แสนล้านใน 4ปี

 

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อน "แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560-2564 โดยวางเป้าสร้างมูลค่าสินค้าสมุนไพรจากเดิม 1.8 แสนล้านบาทขยับเป็น 2 เท่าหรือเพิ่มเป็นมูลค่า 3.6 แสนล้านบาทให้เป็นผลสำเร็จภายใน 4 ปี พร้อมยกระดับพืชสมุนไพร 4 สมุนไพร ได้แก่ บัวบก- ไพล- กระชายดำ- ขมิ้นชัน นำมาผสมผสานด้วยนวัติกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่ แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ปั้นเป็น "แบรนด์ระดับโลก" พร้อมส่งเสริม 13 จังหวัดนำร่องเป็น "เมืองสมุนไพร" ภายในปี 61

นางสาวชนินทร หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากค่านิยมการบริโภคผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและแนวโน้มการบริโภคเพื่อสุขภาพของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งปัจจุบันโลกได้เข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุมากขึ้น เป็นปัจจัยบวกให้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพร กลายเป็นสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการตลาดทั้งในและต่างประเทศนับวันสูงขึ้นเรื่อยๆ

โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้และส่งออกสมุนไพรและผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าประมาณ 1 แสนล้าน ในขณะที่ตลาดโลกมีมูลค่ารวมประมาณ 92,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุด ได้แก่ เยอรมนี ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ทั้งนี้ สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพร ได้กลายเป็นสินค้าทางเลือกใหม่ในการรักษาและสร้างเสริมสุขภาพ เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงที่สามารถเชื่อมโยงการผลิตไปสู่เกษตรกรในเครือข่ายได้ในวงกว้าง จึงเป็นเหตุผลที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญและผลักดันให้เกิดการพัฒนาสู่สากลและขยายผลสู่ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

นางสาวชนินทร คาดการณ์ว่า ปัจจุบันตลาดสมุนไพรและยาแผนโบราณในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีอัตราการขยายตัวมากที่สุด โดยขยายตัวเฉลี่ยประมาณร้อยละ 9.1 ต่อปี สำหรับประเทศไทย พืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้มีมากถึง 1,800 ชนิด ปัจจุบันสินค้าสมุนไพรไทยยังได้รับการรับรองมาตรฐานน้อยมาก(เพียงร้อยละ 4.47) หากมีการยกระดับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีการสร้างแบรนด์ในระดับโลก จะทำให้สินค้ามีคุณภาพและขยับสู่ตลาดสากลได้ไม่ยาก รัฐบาลได้จึงได้จัดทำ "แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560-2564 มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนกลางขับเคลื่อน โดยมุ่งสร้างมูลค่าสินค้าสมุนไพรภายในประเทศจากเดิมมีมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท ให้เป็น 2 เท่าหรือ 3.6 แสนล้านบาทภายใน 4 ปี ในขณะที่ การส่งออกสมุนไพรของไทยยังมีมูลค่าเพียง 900 ล้านบาทเท่านั้น โดยเป็นสมุนไพรสดประมาณ 600 ล้านบาท และ สารสกัดจากสมุนไพรประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งควรผลักดันให้มีการขยายตัวได้อีกมาก

"พาณิชย์"รุกขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาสมุนไพร  

"ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูลตลาด ส่งเสริมการค้า พัฒนาบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ระดับโลก และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งสร้างช่องทางจำหน่ายทั้ง offline และ online ตลอดจนเชื่อมโยงการค้าจากเกษตรกรใน 4 จังหวัดนำร่องให้เข้าสู่ห่วงโซ่การส่งออก ได้แก่ เชียงราย สกลนคร ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี และจะเพิ่มอีก 9 จังหวัดรวมเป็น 13 จังหวัดในปี 2561" นางสาวชนินทร กล่าว

อาจารย์เทียนชัย ศิริแสน ประธานกรรมการบริหาร"ชีวะโกโอสถ" กล่าวว่า เริ่มแรกเปิดขายสมุนไพรในวัดเจดีย์หอยเมื่อ 18 ปีที่แล้ว และต่อมาก็ได้มาเปิดบริษัท ชีวะโกโอสถ ซึ่งสมุนไพรที่โดดเด่นของบริษัทคือ ถั่งเช่าโดยได้ซื้อหัวเชื้อถั่งเช่ามาจากประเทศทิเบตในกิโลละ 1 ล้านบาท และได้นำมาเพาะพันธุ์จนมีคุณภาพที่ดีที่สุด ผ่านกระบวนการคัดเลือกเฉพาะพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ นำมาเพาะพันธุ์เผยแพร่ในฟาร์มของบริษัทเอง ในเรื่องของถั่งเช่า บริษัทมั่นใจว่าไม่มีปัญหาในสภาพอากาศของเมืองไทย เพราะใช้อาหารโปรตีนที่บริษัทผลิตขึ้นมาเองเป็นการเลี้ยงถั่งเช่า 10 กว่าปีมานี้เราโตขึ้น 100 % สำหรับบริษัทได้รับผลิตสมุนไพรในแบรนด์ของลูกค้าโดยใช้สูตรของบริษัทเอง โดยบริษัทได้มีแบรนด์ของเราเองชื่อ ถั่งเช่าฟาร์ม ซึ่งได้รับความสนใจจากภายในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันนอกจากผลิตเป็นผลิตภัณฑ์แคปซูลแล้ว ยังได้พัฒนาต่อยอดเป็นแบบสูตรน้ำ เนื่องจากยังไม่มีในตลาด ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ปรับสมดุลของร่างกาย และในอนาคตยังมีแผนพัฒนาต่อยอดเป็นไวน์ถั่งเช่าอีกด้วย

" การที่กระทรวงพาณิชย์นำผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาดูกระบวนการผลิตถึงโรงงานในครั้งนี้ จะทำให้นานาประเทศได้ได้เห็นถึงกระบวนการผลิตยาสมุนไพรไทยที่ได้มาตรฐานอย.ที่เป็นกิจการของคนไทย100%"อาจารย์เทียนชัย กล่าว ด้านดร.สุวิทย์ ธีรกุลชน ผู้อำนวยการบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท ฯ ถือเป็นบริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม เริ่มผลิตยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพร ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2541 เป็นต้นมา โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากองค์การเภสัชกรรม ซึ่งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2542 โรงงาน สามารถผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้จำนวน 22 รายการ และมีแผนการเพิ่มจำนวนรายการให้มากขึ้นตามความต้องการของตลาดในอนาคต ผลิตภัณฑ์ทุกรายการได้รับการควบคุมและรับรองคุณภาพโดยสถาบันวิจัย และพัฒนาขององค์การเภสัชกรรมในระดับที่คล้ายคลึงกับการผลิต และควบคุมคุณภาพยาแผนปัจจุบัน

"ปัจจุบันเราเป็นผู้นำด้านการผลิตยาสมุนไพร ภายใต้เทคโนโลยีการผลิตที่ดี (GMP) และได้รับการรับรอง มาตรฐานสากล วันนี้ผู้ประกอบการต่างประเทศก็ต่างได้เห็นและสัมผัสถึงศักยภาพของโรงงานผลิตสมุนไพรไทยที่ได้มาตรฐานแห่งหนึ่งของประเทศ และจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานการผลิตสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น "ดร.สุวิทย์ กล่าว

"พาณิชย์"รุกขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาสมุนไพร

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน