
WTO มองภาพรวมเศรษฐกิจโลกในอนาคตอย่างไร?
องค์การการค้าโลกหรือ WTO เริ่มมีการออกมาคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่อาจมีความเป็นไปได้สูงว่า จะเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยในไม่ช้าก็เร็ว
มองอนาคตเศรษฐกิจโลก
คาดว่าในปีหน้าภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับความยากลำบากและตึงเครียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นก็ดี การปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น รวมไปถึงความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในส่วนของประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครนที่ทำให้คาดการณ์ทิศทางแนวโน้มตรงส่วนนี้ได้ง่ายมากขึ้น
อยู่ในภาวะมืดมน
ทางด้าน Ngozi Okonjo ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลกได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมกำลังเจอกับหลายวิกฤตด้วยกัน และปีหน้าภาพรวมเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะมืดมนอย่างยิ่ง เห็นได้จากภาพรวมการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยอดการส่งออกสินค้าปรับตัวลดลงอยู่ที่ 0.3 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะอุปสงค์ที่เติบโตช้าลง และยอดการนำเข้าลดน้อยลงถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน
ในส่วนของอุตสาหกรรมทางด้านสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการท่องเที่ยว, การศึกษาและสุขภาพนั้น ก็มีรายได้ที่หดหายน้อยลง และอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างพลังงานนั้น ได้รับประโยชน์จากการที่ราคาตลาดพลังงานโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตามยอดการส่งออกก๊าซธรรมชาติของประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ยอดการส่งออกน้ำมันกลับลดน้อยลงและมีการนำเข้าน้ำมันมากขึ้น
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า ชาติยุโรปต้องการก๊าซธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น จากการที่ประเทศรัสเซียระงับการส่งออกด้วยเหตุที่ท่อก๊าซระเบิด ในส่วนของยอดการส่งออกน้ำมันลดน้อยลงนั้น อาจเป็นเพราะว่าประเทศรัสเซียยังคงเดินหน้าส่งออกน้ำมันให้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีราคาถูกกว่าของประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามยอดการส่งออกสินค้าโดยรวมของประเทศสหรัฐอเมริกาเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่หลายชาติได้หันมาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัสเซียจนทำให้การส่งออกในประเทศหยุดชะงักลง
ข้อมูลจาก : https://www.wsj.com/articles/sharp-slowdown-in-global-trade-points-to-possible-recession-lower-inflation-11664964002







