
“แจ็ค ดอร์ซีย์”บริหารธุรกิจเติบโต? แม้บริษัทถือเหรียญบิทคอยน์จำนวนมาก
นับวันความนิยมลงทุนเงินดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้มูลค่าจะตกลงก็ตาม โดยเฉพาะการที่มันได้รับแรงขับจากการที่มีนักธุรกิจ - บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ กระโดดเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง และพวกเขาบริหารความเสี่ยงถือบิตคอยน์อย่างไร ไม่ให้กระทบธุรกิจ
ภายใต้สถานการณ์ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ที่กำลังประสบกับภาวะตกต่ำอยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เหรียญบิทคอยน์มีการปรับตัวลดลงก็ดี หรือกรณีล่าสุดอย่างเหรียญ LUNA กับ UST เหรียญคริปโตที่เจอกับภาวะตกต่ำอย่างสุดขีดจนมูลค่าเกือบเหลือศูนย์นั้น ทำให้หลายฝ่ายอาจมองแล้วเหมือนกันว่า เหรียญคริปโตเคอร์เรนซีจะหมดความขลังและมนต์เสน่ห์ของมันแล้วหรือเปล่า?
แต่ดูเหมือนว่ามีกรณีหนึ่งที่อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะบริษัท Block บริษัทให้บริการทางด้านการเงินภายใต้การควบคุมดูแลของ แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ก่อตั้งบริษัท Twitter แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังได้มีการประกาศแล้วว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2022 เติบโตมากขึ้นถึง 34 % ด้วยกัน โดยที่บริษัทนี้มีการทุ่มเงินลงทุนไปกับเหรียญบิทคอยน์เอาไว้จำนวนมาก
จะต้องเข้าใจก่อนว่า บริษัท Block ยังมีบริษัทในเครืออีก 4 แห่ง ประกอบไปด้วย
1.บริษัท Weebly : บริษัทให้บริการทางด้านเว็บโฮสติง
2.บริษัท Tidal : บริษัททางด้านให้บริการสตรีมมิ่งเพลง
3.บริษัท Afterpay : บริษัทให้บริการชำระเงินที่ทางบริษัท Block ได้ซื้อกิจการ
4.บริษัท Cash App : บริษัทให้บริการโอนเงินระหว่างบุคคลต่อบุคคลผ่านแอปหรือเว็บไซต์ และเป็นแอปที่สามารถให้บริการซื้อขายเหรียญบิทคอยน์ได้ด้วย
เมื่อเห็นการแตกตัวของบริษัทเหล่านี้แล้ว จะเห็นได้ว่า กลยุทธ์ของบริษัท Block ที่แจ็ค ดอร์ซีย์นำมาใช้นั้น เป็นกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงในการให้บริษัทเหล่านี้ดำเนินกิจการรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ในช่วงที่ราคาบิทคอยน์มีการเคลื่อนไหวต่ำกว่า $30,000 นั้น ทางบริษัทเดินหมากทุ่มเทกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้ผูกติดกับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง
ที่น่าสนใจก็คือบริษัทในเครืออย่าง Cash App ที่ได้เปิดให้บริการซื้อขายเหรียญบิทอยน์นั้น แม้ว่าบริษัทจะมีผู้เข้ามาซื้อขายมากเป็นหลายสิบล้านคน แต่จะต้องอย่าลืมว่า บริษัท Cash App ไม่ได้มีการเปิดให้บริการซื้อขายเหรียญคริปโตชนิดอื่น ๆ อย่างเช่น เหรียญ Ethereum หรือ Dogecoin ซึ่งเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในตลาดเหมือนกัน หากว่าทางบริษัทได้มีการบรรจุผลิตภัณฑ์คริปโตอื่น ๆ เข้ามาซื้อขายแล้ว และหากว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีภาพรวมมีการปรับตัวลดลงหรือเริ่มคาดเดาทิศทางได้ยากมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างใหญ่หลวง
สรุปได้ว่าสไตล์การบริหารงานของแจ็ค ดอร์ซีย์ถือเป็นอีกกรณีตัวอย่างศึกษาในการให้ความสำคัญกับปกป้องความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่เอาคาดเดาได้ อีกทั้งปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในเวลานี้เป็นอีกหนึ่งยุคที่เจอกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอนาคตโลกหลังโควิด-19, สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่มา
https://bit.ly/3zdxx1N







