posttoday
วัสชี้คำร้อง สว.สำรองเสี่ยงถูกยก เหตุเดินเข้าผิดประตูกฎหมาย

วัสชี้คำร้อง สว.สำรองเสี่ยงถูกยก เหตุเดินเข้าผิดประตูกฎหมาย

17 กันยายน 2569

วัส ติงสมิตร มองศาลฎีกาอาจยกคำร้อง สว.สำรองตั้งแต่ด่านอำนาจฟ้อง แต่ยังมีช่องส่งหลักฐานเพิ่มและยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

KEY

POINTS

  • นายวัส ติงสมิตร ชี้ว่าคำร้องของ สว.สำรอง 20 คนเสี่ยงถูกศาลฎีกายกคำร้อง เนื่องจากยื่นฟ้องผิดช่องทางกฎหมาย เพราะผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้องคดีโดยตรงหลัง กกต. ประกาศผลการเลือกสว.แล้ว
  • กฎหมายกำหนดให้หลังการประกาศผลเลือกสว.เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะสืบสวนไต่สวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเองหากพบหลักฐานทุจริต ผู้สมัครหรือ สว.สำรองไม่สามารถฟ้องตรงได้
  • มีความเป็นไปได้สูงที่ศาลจะยกคำร้องในชั้นตรวจอำนาจฟ้อง ซึ่งการยกคำร้องด้วยเหตุผลนี้ไม่ได้หมายความว่าการเลือกสว. สุจริต แต่เป็นเพราะผู้ร้องใช้ช่องทางกฎหมายไม่ถูกต้อง

 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์ฉากทัศน์คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลัง สว.สำรอง 20 คน ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ขอให้เพิกถอนมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยกคำร้องในข้อกล่าวหาสำคัญ พร้อมขอให้ศาลไต่สวนกระบวนการเลือก สว.ใหม่

 

คำร้องดังกล่าวได้รับเลขคดีดำที่ ลต สว 21/2569 แต่เป็นเพียงการออกเลขคดีทางธุรการ ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา จึงต้องจับตาด่านแรกว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคดีโดยตรงหรือไม่

 

นายวัส ระบุว่า ผู้ร้องอาศัยมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้ยื่นคำร้องภายใน 3 วันนับแต่ กกต.มีมติ อย่างไรก็ตาม การยื่นทันเวลาไม่ได้หมายความว่าผู้ร้องมีอำนาจยื่นเสมอไป

 

ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาเคยยกคำร้องของ สว.สำรอง 12 คน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 โดยวินิจฉัยว่า มาตรา 44 ใช้คัดค้านเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนเลือก สว.ระดับอำเภอ จังหวัด หรือประเทศ เมื่อ กกต.ประกาศผลในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ช่องทางดังกล่าวจึงสิ้นสุดลง

หลังประกาศผล กฎหมายกำหนดกลไกตามมาตรา 62 ให้ กกต.สืบสวนหรือไต่สวน หากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม กกต.จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ผู้สมัครหรือ สว.สำรองไม่มีสิทธิฟ้องตรงเพื่อให้ศาลสั่ง กกต.พิจารณาสำนวนใหม่

 

 

นายวัสจึงประเมินว่า ฉากทัศน์แรกและมีความเป็นไปได้สูง คือ ศาลยกคำร้องตั้งแต่ชั้นตรวจอำนาจฟ้อง โดยไม่เปิดไต่สวนหลักฐานกว่า 70,000 หน้า ทั้งพยานกว่า 750 ปาก โพยสั่งการ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงิน

 

ฉากทัศน์ที่สอง หากศาลยกคำร้องด้วยเหตุทางวิธีพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าศาลวินิจฉัยว่าการเลือก สว.สุจริต แต่หมายถึงผู้ร้องใช้ช่องทางกฎหมายไม่ถูกต้อง จึงยังไม่มีคำตัดสินในเนื้อหาว่ามีการฮั้วหรือไม่

 

ส่วนฉากทัศน์ที่สาม ผู้ร้องยังส่งพยานหลักฐานให้ศาลฎีกาไต่สวนเพิ่มเติมในคดีที่ กกต.ยื่นตามมติวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยอาศัยรัฐธรรมนูญมาตรา 226 วรรคสอง อีกทางหนึ่ง สว.ไม่น้อยกว่า 20 คนอาจเข้าชื่อร้องผ่านประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ สว. 136 คน กรณีถูกกล่าวหาว่าฝักใฝ่หรือยอมอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง

 

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่ามีหลักฐานฮั้วหรือไม่ แต่อยู่ที่ใครมีอำนาจนำหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาของศาล และเลือกใช้ช่องทางกฎหมายได้ถูกต้องเพียงใด.


แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร

ข่าวล่าสุด

“บ่อสวกโมเดล” เปลี่ยนเตาเผา 750 ปีเป็นทุน ดันชุมชนแก้จนด้วยท่องเที่ยว

“บ่อสวกโมเดล” เปลี่ยนเตาเผา 750 ปีเป็นทุน ดันชุมชนแก้จนด้วยท่องเที่ยว