
ศาลรธน.ไม่รับคำร้องปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่วินิจฉัยเนื้อหา
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องปมบาร์โค้ด-QR Code บัตรเลือกตั้ง เหตุไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย จึงยังไม่ได้วินิจฉัยข้อกล่าวหาในเนื้อหา
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องปมบาร์โค้ดและ QR Code เพราะไม่เข้าเงื่อนไขการยื่นตามกฎหมาย
- คำสั่งครั้งนี้ไม่ได้วินิจฉัยว่าการใส่บาร์โค้ดหรือ QR Code ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
- ศาลชี้ว่าประเด็นที่ผู้ร้องกล่าวอ้างยังมีกระบวนการทางกฎหมายอื่นสำหรับใช้สิทธิ
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยผลการพิจารณาคดีที่ นายเมธา มาสขาว ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีบาร์โค้ดและ QR Code โดยศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง หรือได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้อง
คำสั่งดังกล่าวเป็นการพิจารณาเรื่อง เงื่อนไขและสิทธิในการยื่นคำร้อง ไม่ใช่การวินิจฉัยในเนื้อหาว่า การใส่บาร์โค้ดหรือ QR Code ในบัตรเลือกตั้งชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้วินิจฉัยว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวเป็นบัตรเสียหรือทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง
คดีดังกล่าวเป็นเรื่องพิจารณาที่ ต.73/2569 ผู้ร้องยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กล่าวอ้างว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยมีบาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นการทำเครื่องหมายไว้ในบัตรให้สามารถสังเกตความเชื่อมโยงระหว่างต้นขั้วกับตัวบัตร และอาจตรวจสอบย้อนกลับได้
ผู้ร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 96 และมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 69 รวมทั้งอ้างว่าอาจส่งผลให้บัตรเลือกตั้งที่มีเครื่องหมายดังกล่าวเป็นบัตรเสีย และทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง หรือได้รับความเสียหายจากการกระทำของ กกต. และเลขาธิการ กกต. อย่างไร โดยเนื้อหาตามคำร้องเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้อง จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 46 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ ศาลเห็นว่า ประเด็นที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งและความผิดตามกฎหมาย กกต. ยังมีกระบวนการทางกฎหมายอื่นที่ผู้ร้องสามารถใช้สิทธิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม จึงเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิยื่นคำร้องไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ผู้ร้องจึงไม่อาจใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพื่อยื่นคำร้องดังกล่าวได้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้อง โดย ยังไม่ได้เข้าสู่การวินิจฉัยข้อกล่าวหาในเนื้อหาของคดี.







