
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องปมประธาน กสทช. ชี้ผู้ร้องไม่เสียหายโดยตรง
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องกล่าวหา 7 ผู้ถูกร้องละเว้นหน้าที่ ปมประธาน กสทช. โดยชี้ผู้ร้องไม่แสดงความเสียหายโดยตรง
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของนายเมธา มาสขาว
- ศาลชี้ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือได้รับความเสียหายโดยตรง
- คำสั่งไม่รับคำร้องไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อกล่าวหาต่อประธาน กสทช. และผู้ถูกร้องรายอื่น
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยผลการพิจารณาคดีที่นายเมธา มาสขาว ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณีกล่าวอ้างว่า บุคคลและผู้ดำรงตำแหน่งรวม 7 ราย ร่วมกันละเว้นการดำเนินการตามกฎหมาย จนทำให้ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยังคงปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา เพราะไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือได้รับความเสียหายโดยตรง
คดีดังกล่าวเป็นเรื่องพิจารณาที่ ต.74/2569 นายเมธายื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยระบุผู้ถูกร้อง 7 ราย ได้แก่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการวุฒิสภา เลขาธิการวุฒิสภา และประธานวุฒิสภา
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกร้องทั้ง 7 รายร่วมกันละเว้นการดำเนินการตามกฎหมาย ส่งผลให้ประธาน กสทช. ยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยเห็นว่ากรณีดังกล่าวฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมถึงขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหลายมาตรา
นอกจากนี้ ผู้ร้องยังระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้ตนถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามช่องทางที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กำหนดไว้สำหรับกรณีที่บุคคลเห็นว่าตนถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงรวมทั้งไม่ได้แสดงให้เห็นว่าได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 7 รายอย่างไร
ศาลจึงเห็นว่าคำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ทำให้ผู้ร้องไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในกรณีนี้ได้
ทั้งนี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่ง ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยคำสั่งครั้งนี้เป็นการวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติและสิทธิของผู้ร้องในการยื่นคำร้อง ไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาดในเนื้อหาข้อกล่าวหาว่าผู้ถูกร้องทั้ง 7 รายกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่







