
สุวัจน์ห่วงรากหญ้าทรุด คนโคราชรับทิ้งกระจาดกว่า 4,000 จี้รัฐเร่งพยุง
สุวัจน์ชี้ยอดประชาชนรับทิ้งกระจาดโคราชเพิ่มทุกปี สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากซบ จี้รัฐเร่งหนุน SME ท่องเที่ยว ส่งออก พยุงงานและกำลังซื้อ พร้อมห่วง AI กระทบจ้างงาน
KEY
POINTS
- นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แสดงความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจฐานราก หลังพบชาวโคราชกว่า 4,000 คนมารอรับของแจกทาน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปี
- เรียกร้องให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและพยุงเศรษฐกิจฐานรากเป็นการเร่งด่วน
- เสนอให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ SME การท่องเที่ยว และการลงทุนควบคู่การส่งออก เพื่อสร้างงานและกระจายรายได้
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ศาลเจ้าเซ็งหงั่มตั่ง มูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีแจกทานทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 มอบข้าวสารและอาหารแห้งช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยมีประชาชนมารอรับความช่วยเหลือกว่า 4,000 คน
นายสุวัจน์ กล่าวว่า จำนวนประชาชนที่มารับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี สะท้อนให้เห็นในทางหนึ่งว่าเศรษฐกิจระดับฐานรากยังซบเซา และปัญหาความยากจนยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประชาชนจำนวนหนึ่งยังขาดโอกาสและเงินทุนในการประกอบอาชีพ ทำให้การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนทำได้ยาก
ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และอาจส่งผลต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานในอนาคต จึงเห็นว่าทุกภาคส่วนควรร่วมกันประคับประคองประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดัน
นายสุวัจน์เสนอให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ โดยให้น้ำหนักกับการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเร่งขับเคลื่อน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ SME การท่องเที่ยว และการลงทุนควบคู่กับการส่งออก
สำหรับ SME นายสุวัจน์มองว่าเป็นกลไกสำคัญของการจ้างงานในท้องถิ่น รัฐบาลจึงควรช่วยดูแลสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถประคองธุรกิจและรักษาการจ้างงานไว้ได้
ส่วนภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นช่องทางที่สามารถกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ชนบท และหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างงานและอาชีพในพื้นที่ ขณะที่การส่งเสริมการลงทุนและการส่งออกจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในภาพรวม และประคองการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP
นายสุวัจน์ย้ำว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการร่วมกันแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน พร้อมให้กำลังใจประชาชนช่วยเหลือและพึ่งพากันเพื่อผ่านสถานการณ์เศรษฐกิจไปด้วยกัน
พิธีดังกล่าวมีนายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย และคณะผู้บริหารมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา เข้าร่วม โดยมูลนิธิฯ ดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ยากไร้ในพื้นที่นครราชสีมามานานกว่า 30 ปี







