posttoday
จากกางเกงขาสั้นถึงคำว่า ‘ซักผ้า’ ศึกวาทกรรมลดทอนผู้หญิงในสภา?

จากกางเกงขาสั้นถึงคำว่า ‘ซักผ้า’ ศึกวาทกรรมลดทอนผู้หญิงในสภา?

05 สิงหาคม 2569

ภาพกางเกงขาสั้นในพิธีบวงสรวง จุดศึกกาลเทศะระหว่างนิพิฏฐ์กับพิมพ์ภัทรา ก่อนลุกลามสู่คำว่า “ซักผ้า” นำไปสู่คำถามเรื่องอคติทางเพศในการเมืองไทย หรือไม่

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งเริ่มต้นจากประเด็นความเหมาะสมที่นายเนวิน ชิดชอบ สวมกางเกงขาสั้นในพิธีศักดิ์สิทธิ์นำไปสู่การโต้เถียงระหว่างนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และ สส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
  • ประเด็นบานปลายเมื่อนายนิพิฏฐ์ใช้วาทกรรม "ซักกางเกง" พาดพิง สส.พิมพ์ภัทรา ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าใช้บทบาททางเพศมาลดทอนคุณค่าและสถานะของนักการเมืองหญิงหรือไม่ 
  • เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเมืองที่ยังคงใช้ภาพจำเรื่องเพศเป็นเครื่องมือโจมตีคู่แข่งทางการเมือง แทนที่จะเป็นการถกเถียงด้วยเหตุผลและนโยบาย

ภาพกางเกงขาสั้นในพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช อาจเริ่มต้นจากคำถามเรื่องกาลเทศะ แต่เมื่อการโต้เถียงเคลื่อนจากเครื่องแต่งกายไปสู่ถ้อยคำให้นักการเมืองหญิง “ซักกางเกง” ให้ผู้ชาย เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงประเด็นว่าใครแต่งตัวเหมาะสมหรือไม่ หากยังเปิดให้เห็นวิธีใช้ภาษาโจมตีคู่เห็นต่างในสนามการเมืองไทย

 

 

ข้อพิพาทระหว่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง กับ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย กรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สวมกางเกงขาสั้นเข้าร่วมพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จนนำไปสู่เสียงวิจารณ์เรื่องความเหมาะสมและการให้ความเคารพต่อสถานที่สำคัญของชาวนครศรีธรรมราช

เมื่อ “กาลเทศะ” ถูกมองคนละมุม

นายนิพิฏฐ์มองว่า การเข้าสู่ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรคำนึงถึงธรรมเนียมและความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเจตนาของผู้มาสักการะเท่านั้น พร้อมยกตัวอย่างการเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี ซึ่งผู้เข้าชมต้องปฏิบัติตามระเบียบ เช่น ถอดหมวกหรือรองเท้าในจุดที่กำหนด เพื่อแสดงความเคารพโดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องสถานะ (คลิ๊กอ่าน)

 

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

 

ด้าน นางสาวพิมพ์ภัทรา ในฐานะ สส.เจ้าของพื้นที่ อธิบายว่า การเดินทางมาสักการะของนายเนวินเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาหลายปี ก่อนเริ่มภารกิจของสโมสรเพื่อความเป็นสิริมงคล เธอจึงขอให้สังคมพิจารณาทั้งเจตนาและความสม่ำเสมอในการกระทำ โดยย้ำว่า “ความศรัทธาของคนคนหนึ่งไม่ควรถูกตัดสินจากภาพเพียงภาพเดียว” (คลิกอ่าน)

 

สองฝ่ายจึงมีจุดยืนต่างกันอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งให้น้ำหนักกับภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะ ระเบียบ และธรรมเนียมของสถานที่ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าความเคารพและศรัทธาไม่ควรถูกวัดจากเครื่องแต่งกายเพียงมิติเดียว

 

หากการถกเถียงหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ประเด็นดังกล่าวอาจเป็นพื้นที่ให้สังคมแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ว่า สถานที่สำคัญควรมีแนวปฏิบัติด้านการแต่งกายอย่างไร และบุคคลสาธารณะควรระมัดระวังภาพลักษณ์มากเพียงใด แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนทิศ เมื่อคำวิจารณ์เริ่มพุ่งจากเหตุการณ์ไปยังตัวบุคคล

คำว่า “ซักกางเกง” กับภาพจำเรื่องผู้หญิง

จุดที่ทำให้เรื่องบานปลายเกิดขึ้นเมื่อนายนิพิฏฐ์โพสต์ข้อความพาดพิงนางสาวพิมพ์ภัทราว่า “ถ้าจะให้ดี น้องซักกางเกงขาสั้นให้เนวินเสียด้วย ก็น่าจะดีไม่น้อย”

 

แม้ข้อความดังกล่าวอาจถูกอธิบายว่าเป็นการประชดประชันทางการเมือง แต่ถ้อยคำนี้ถูกตั้งคำถามว่าไม่ได้โต้แย้งเหตุผลของนางสาวพิมพ์ภัทราโดยตรง กลับนำบทบาทงานบ้านที่มักถูกผูกติดกับผู้หญิงมาใช้ลดทอนสถานะจากผู้แทนประชาชนให้กลายเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลเสื้อผ้าให้บุคคลที่เธอออกมาปกป้อง

 

ประเด็นสำคัญอยู่ที่เหตุใด เมื่อผู้หญิงแสดงจุดยืนทางการเมือง การตอบโต้จึงต้องพาดพิงถึงหน้าที่ซักผ้าหรือบทบาทการปรนนิบัติผู้ชาย ทั้งที่สามารถวิจารณ์เหตุผล ความสัมพันธ์ทางการเมือง หรือความเหมาะสมของคำชี้แจงได้โดยไม่ต้องนำเพศมาเป็นเครื่องมือ

 

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

 

นางสาวพิมพ์ภัทราระบุว่า รู้สึกตกใจที่นักการเมืองอาวุโสซึ่งเคยให้ความเคารพ เลือกใช้ถ้อยคำในลักษณะพาดพิงและลดคุณค่าของนักการเมืองหญิงรุ่นน้อง พร้อมเสนอว่า ความนับถือไม่ควรวัดจากอายุ จำนวนปีในวงการ หรือความอาวุโสเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาจาก วุฒิภาวะ วิธีคิด และการให้เกียรติผู้อื่น

 

จากสงครามคำพูดสู่การแข่งขันด้วยผลงาน

 

นางสาวพิมพ์ภัทราวางกรอบความขัดแย้งครั้งนี้ว่าเป็นภาพของ “การเมืองแบบเดิม” ที่มุ่งโจมตีและเหน็บแนมคู่แข่ง มากกว่าการแข่งขันด้วยวิสัยทัศน์และความสามารถ พร้อมยืนยันไม่ถือสาถ้อยคำดังกล่าว แต่จะใช้ “ผลงานเป็นคำตอบ” ซึ่งขณะนี้มีภารกิจในคณะกรรมาธิการ 3 คณะที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม การชูผลงานไม่ควรกลายเป็นเกราะปิดกั้นการตรวจสอบเรื่องกาลเทศะ เช่นเดียวกับที่การวิจารณ์เรื่องกาลเทศะไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างในการลดทอนศักดิ์ศรีของผู้ถูกวิจารณ์ สังคมยังสามารถตั้งคำถามได้ว่า การแต่งกายในสถานที่สำคัญควรมีมาตรฐานอย่างไร ผู้จัดงานควรแจ้งแนวปฏิบัติหรือไม่ และบุคคลสาธารณะควรรับผิดชอบต่อภาพที่ส่งออกไปเพียงใด

ขณะเดียวกัน ผู้วิจารณ์ก็ต้องรับผิดชอบต่อถ้อยคำของตน เพราะคำวิจารณ์ที่หนักแน่นไม่จำเป็นต้องเหยียดหยาม และการเห็นต่างไม่จำเป็นต้องดึงเพศ อายุ หรือบทบาททางสังคมมาใช้ลดคุณค่าของอีกฝ่าย

 

จากกางเกงขาสั้นถึงคำว่า ‘ซักผ้า’ ศึกวาทกรรมลดทอนผู้หญิงในสภา?

 

"กางเกงขาสั้น" อาจเป็นเพียงชนวน แต่คำว่า “ซักกางเกง” ได้เปิดให้เห็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยังคุ้นชินกับการใช้ภาพจำเรื่องผู้หญิงเป็นอาวุธ ประชาชนย่อมตัดสินได้ทั้งความเหมาะสมของนายเนวิน เหตุผลของนางสาวพิมพ์ภัทรา และคำวิจารณ์ของนายนิพิฏฐ์ แต่การตัดสินนั้นควรอยู่บนข้อเท็จจริง เหตุผล และมาตรฐานเดียวกัน

เพราะการเมืองยุคใหม่อาจไม่ได้วัดเพียงว่าใครชนะสงครามถ้อยคำ แต่อยู่ที่ว่า ผู้มีอำนาจจะเรียนรู้การเห็นต่างโดยไม่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของกันและกันได้เมื่อใด.
 

ข่าวล่าสุด

'ลิซ่า ภคมน' จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น สาวถึงคนสร้าง 'ระบบโกง'

'ลิซ่า ภคมน' จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น สาวถึงคนสร้าง 'ระบบโกง'