
สุริยะจัดทัพ ครม.ไฟเขียวโยกย้าย 9 บิ๊กเกษตรฯ ดัน "วิทยา" นั่งอธิบดีชลประทาน
ครม.อนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ 9 ตำแหน่ง "วิทยา" คุมกรมชลประทาน "นฤมล" นั่งอธิบดีกรมหม่อนไหม มีผลหลังโปรดเกล้าฯ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 9 ตำแหน่งตามที่นายสุริยะเสนอ
- มีการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญคือ นายวิทยา แก้วมี ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานคนใหม่
- การปรับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงเกษตรฯ มีความต่อเนื่องและประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในตำแหน่งบริหารระดับสูงจำนวน 9 ตำแหน่ง ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ เพื่อให้การบริหารราชการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
การแต่งตั้งครั้งนี้มีตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ได้แก่ นายวิทยา แก้วมี จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขยับขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน ขณะที่นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ จากรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมหม่อนไหม
ส่วนตำแหน่งอื่นประกอบด้วย นายศรัญญู พูลลาภ จากอธิบดีกรมหม่อนไหม ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร, นายสุริยพล นุชอนงค์ จากอธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง, นายธิติ โลหะปิยะพรรณ และนายพงศ์ไท ไทโยธิน จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ โยธคล จากเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์, นางสาวอิงอร ปัญญากิจ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเลขาธิการ มกอช. และนางฐิติพร หลาวประเสริฐ จากอธิบดีกรมประมง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
นายสุริยะ กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่เห็นชอบแต่งตั้งนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ แทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งกำหนดให้ปลัดกระทรวงคนใหม่หารือร่วมกับปลัดกระทรวงคนปัจจุบัน เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า การคัดเลือกยึดหลักคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และผลงานในการปฏิบัติราชการเป็นสำคัญ โดยรัฐมนตรีไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการจัดทำบัญชีรายชื่อ และทำหน้าที่เพียงเสนอรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ การแต่งตั้งทั้งหมดจะมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป.







