
ปลัด มท.เช็กบิล 5 บิ๊ก สถ. ย้ายพ้นเก้าอี้ปมโกงสอบท้องถิ่น
ปลัด มท.เซ็นตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ. ยอมรับรายชื่อตรงตามข่าว พร้อมสั่งย้ายพ้นตำแหน่งเดิม ให้ช่วยราชการระหว่างสอบ
KEY
POINTS
- ปลัดกระทรวงมหาดไทยตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 5 ราย กรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
- ข้าราชการทั้ง 5 รายถูกสั่งย้ายพ้นจากตำแหน่งเดิมให้มาช่วยราชการระหว่างการสอบสวน
- ผู้ถูกสอบสวนเป็นข้าราชการระดับสูงของ สถ. รวมถึงอดีตอธิบดีและรองอธิบดี ซึ่งมีรายชื่อตรงตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. จำนวน 5 ราย เรียบร้อยแล้ว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้คณะกรรมการสอบสวนจะเป็นผู้กำหนดกรอบประเด็นการสอบสวนและกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ รวมถึงพิจารณาว่าจะต้องตรวจสอบในประเด็นใดบ้าง ก่อนเรียกข้าราชการทั้ง 5 รายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการทางวินัย และจะมีการรายงานความคืบหน้าต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นระยะ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อข้าราชการทั้ง 5 รายเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยพยักหน้ายอมรับว่า “ใช่”
ส่วนกรณีจะต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า ได้ลงนามคำสั่งให้ข้าราชการทั้ง 5 รายพ้นจากตำแหน่งเดิมแล้ว โดยให้มาช่วยราชการและยังคงสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขณะที่อีกหนึ่งตำแหน่งอาจเป็นอำนาจหน้าที่ของรักษาการอธิบดี สถ. ในการพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับรายชื่อข้าราชการ สถ. ที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ประกอบด้วย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดี นายพิชิต ทั่งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น และนาย ป. ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ
การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังมีการตรวจสอบพบความผิดปกติและมีรายชื่อข้าราชการระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องตามที่ปรากฏเป็นข่าว







