
หมดยุค Smart City แบบเดิม! กรุงโซลทุ่ม "หมื่นล้าน" เปลี่ยนเมืองสู่ ‘Physical AI’ ระดับโลก
หมดยุคเมืองอัจฉริยะแบบเดิม! กรุงโซลทุ่มกว่า 5 แสนล้านวอน หรือกว่าหมื่นล้านบาท ทรานส์ฟอร์มสู่ AI SEOUL ศูนย์กลาง ‘Physical AI’ ระดับโลก ในปี 2026
KEY
POINTS
- กรุงโซลประกาศยุทธศาสตร์ "AI SEOUL" เพื่อยกระดับเมืองจาก Smart City แบบเดิมสู่การเป็นผู้นำด้าน "Physical AI" ระดับโลก โดยนำปัญญาประดิษฐ์มาขับเคลื่อนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโลกแห่งความเป็นจริง
- รัฐบาลกรุงโซลจัดสรรงบประมาณกว่า 5 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพและบริการสาธารณะในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ AI เต็มรูปแบบ
- แผนการประกอบด้วยการเชื่อมย่านนวัตกรรม AI และหุ่นยนต์, การเปลี่ยนเมืองให้เป็นสนามทดลอง และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แท็กซี่ไร้คนขับ, รถบัสอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ
กรุงโซล ประกาศแผนยุทธศาสตร์ "AI SEOUL" เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมของเมือง จากยุคเมืองอัจฉริยะ ที่ใช้ประโยชน์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์และกล้องวงจรปิดแบบเดิม เข้าสู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับ Physical AI ระดับโลก ซึ่งหมายถึงการนำ AI มาอยู่บนโลกความจริงผ่านระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
การยกระดับในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับมุมมองใหม่ล่าสุดที่ว่า แนวคิด "Smart City" ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น "ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว" เพราะความท้าทายที่รออยู่ เช่น การขาดแคลนแรงงานจากสังคมผู้สูงอายุขั้นสุดยอด และความต้องการความปลอดภัยของสาธารณะมากยิ่งขึ้น!
ย้อนรอย 10 ปี โซลลงทุนกับ "Smart City" ไปมหาศาลขนาดไหน?
หากย้อนมองอดีต กรุงโซลนับเป็นผู้นำด้านเมืองอัจฉริยะที่วางรากฐานมายาวนาน โดยในช่วงปี 2015–2025 รัฐบาลกรุงโซล (Seoul Metropolitan Government หรือ SMG) ได้ลงทุนกับการสร้างเมือง Smart City คิดเป็นมูลค่ารวมหลายแสนล้านวอนไปกับโครงการดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ ตัวอย่างเช่น
- ระบบ Big Data และเครือข่าย S-Net วางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะครอบคลุมทั่วเมือง และการรวบรวมข้อมูลเซ็นเซอร์ IoT กว่า 50,000 จุดทั่วกรุงโซลเพื่อวิเคราะห์สภาพเมือง
- การอัปเกรด Smart CCTV เฉพาะในปี 2022 โซลจัดสรรงบประมาณสูงถึง 3.45 แสนล้านวอน (ราว 287 ล้านดอลลาร์) ในการทำ Digital Transformation ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนกล้องวงจรปิดธรรมดาให้กลายเป็นกล้อง AI อัจฉริยะ เพื่อตรวจจับความหนาแน่นของฝูงชน ป้องกันอาชญากรรม และตรวจจับพฤติกรรมการพยายามฆ่าตัวตายบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำฮัน
- การทดลองใช้เทคโนโลยี Frontier รวมถึงความพยายามสร้างแพลตฟอร์ม "Metaverse Seoul" เพื่อให้บริการภาครัฐใส่ความเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มมากยิ่งจ้น
แต่ในปีนี้ กรุงโซล ยกระดับไปอีกขั้น! ด้วยการนำ Data ที่มีไปใช้ในรูปแบบของ Physical AI
เปิดแผน 3 เสาหลักขับเคลื่อน "Physical AI City" ด้วยงบก้อนใหม่
ในแผนยุทธศาสตร์ปัจจุบัน นายกเทศมนตรี โอ เซฮุน ได้ประกาศจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรขนาดใหญ่เพื่อดันยอดเงินกองทุนเปลี่ยนผ่านสู่ AI ที่ตั้งไว้ภายใต้โครงการ Seoul Vision 2030 Fund พุ่งทะยานไปแตะระดับ 500,000 ล้านวอน (ราว 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่ออัดฉีดให้สตาร์ทอัพและระบบบริการสาธารณะปรับตัวสู่ระบบ AI เต็มขั้น โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่
1. การเชื่อมต่อระเบียงนวัตกรรม โซลกำลังเชื่อมสองย่านเทคโนโลยีเข้าด้วยกันคือ "ยังแจ" ซึ่งเป็นแหล่งผลิตซอฟต์แวร์ AI และ "ซูซอ" ซึ่งทำหน้าที่สร้างหุ่นยนต์ โดยพื้นที่ยังแจมีกำหนดเริ่มก่อสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ขั้นสูงขนาดใหญ่ และย่านซูซอจะกลายเป็นศูนย์ทดสอบหุ่นยนต์ ที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2030
2. อัดฉีด 100,000 ล้านวอนเปิดเมืองเป็น Sandbox โซลเตรียมทุ่มเงินอีกกว่า 100,000 ล้านวอน (70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ของเมืองให้เป็นสนามทดลอง สำหรับกลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น แผนการใช้หุ่นยนต์ส่งสินค้าใต้ดินในย่านธุรกิจนานาชาติยงซาน เป็นต้น
3. Physical AI ในชีวิตประจำวัน โซลสร้างเทคโนโลยีที่จะเริ่มเปิดตัวจริงและขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
- Level 4 Unmanned Robotax iบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ (ไม่มีเจ้าหน้าที่นั่งหลังพวงมาลัย)
- Dawn Companion Bus ขยายเส้นทางรถบัสไร้คนขับรอบเช้ามืดเพิ่มเป็น 4 เส้นทาง เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและคนทำงานกะดึก
- Healthcare Robots นำหุ่นยนต์สวมใส่ปรับพละกำลัง (Wearable Exoskeletons) และหุ่นยนต์ฟื้นฟูสมรรถภาพมาใช้ในสถาบันดูแลผู้สูงอายุ
- AI Fire-patrol Robots หุ่นยนต์และโดรน AI ตรวจจับไฟไหม้และโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อป้องกันภัยพิบัติ
"ไม่ใช่แค่เร็ว แต่ต้องอบอุ่นและปลอดภัย"
นายกเทศมนตรี โอ เซฮุน ทิ้งท้ายในถ้อยแถลงไว้อย่างน่าสนใจว่า
“เมืองที่เป็น Physical AI ที่โซลวาดภาพไว้ ไม่ใช่เมืองที่มุ่งเน้นแต่จะวิ่งไล่ตามความเร็วทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นเมืองที่ออกแบบมาเพื่อให้เทคโนโลยีผสมผสานเข้ากับชีวิตของผู้คนได้อย่างปลอดภัย
เป้าหมายของเราคือการทำให้เทคโนโลยีที่ดูเย็นชาที่สุด สร้างการเปลี่ยนแปลงที่อบอุ่นที่สุด ทั้งการปกป้องผู้คน ช่วยเหลือผู้สูงอายุ สนับสนุนนักดับเพลิง และคืนเวลาชีวิตที่ล้ำค่าให้กับพลเมือง”
ทั้งนี้ เทคโนโลยีทั้งหมดที่นำมาปรับใช้ในกรุงโซล จะอยู่ภายใต้เกณฑ์ควบคุมเข้มงวดของ มาตรฐานจริยธรรม AI ของกรุงโซล เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พลเมืองว่าเทคโนโลยีที่มีตัวตนเหล่านี้จะไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและความปลอดภัยของมนุษย์
อ้างอิง
The Korea Herald “Seoul unveils blueprint to become global leader in 'physical AI'”
Smart City Korea “Seoul City enters the implementation phase of the 'AI Industrial Transformation'”
Cities Today & ITU (International Telecommunication Union) “Seoul invests in the metaverse, AI and more”







