
โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น โยงบิ๊กอำนาจ เขย่ามหาดไทย เครือข่าย ป.
ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5พันล้าน ส่อโยงโควตา เงิน และมือมืดแก้คะแนน เขย่ามหาดไทย เมื่อรายชื่อผู้สอบผ่านถูกตั้งคำถามถึงเครือข่ายบิ๊กอำนาจหลังฉากสะเทือนรัฐบาล
KEY
POINTS
- การทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นมูลค่าความเสียหายกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นขบวนการซื้อขายตำแหน่งที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอักษรย่อ "ป." และผู้มีอิทธิพลระดับสูง
- ขบวนการดังกล่าวมีการเรียกรับเงิน 350,000-800,000 บาทต่อตำแหน่ง และมีหลักฐานสำคัญคือการเข้าแก้ไขคะแนนและกระดาษคำตอบย้อนหลังเพื่อให้สอดคล้องกับรายชื่อที่กำหนดไว้
- การสืบสวนพบความเชื่อมโยงถึงนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง โดยรายชื่อผู้สอบผ่านอันดับต้นๆ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจหลายราย
คดีทุจริตสอบคัดเลือกพนักงานส่วนท้องถิ่น กำลังขยายจากข้อสงสัยเรื่องการโกงคะแนน ไปสู่คำถามใหญ่ระดับโครงสร้างว่า ใครอยู่เบื้องหลังเครือข่ายที่อาจมีมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท และเหตุใดกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐจึงถูกตั้งข้อสงสัยว่ากลายเป็นพื้นที่ซื้อขายตำแหน่ง
ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ขบวนการนี้มีฐานเคลื่อนไหวสำคัญในภาคใต้และภาคอีสานตอนบน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ แต่ส่อเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มอิทธิพลระดับสูง ทั้งอดีตรัฐมนตรี นักการเมืองระดับชาติ ข้าราชการระดับบริหาร และเครือข่ายที่ถูกเรียกขานด้วยอักษรย่อ “ป.” ซึ่งถูกจับตาในฐานะจุดเชื่อมของระบบอุปถัมภ์
หัวใจของคดีอยู่ที่ตำแหน่งงานกว่า 6,669 อัตรา ซึ่งควรเป็นการแข่งขันด้วยความรู้ความสามารถ แต่แหล่งข่าวอ้างว่า มีผู้สอบผ่านที่มาจากความสามารถของตนเองจริงเพียงราว 10% เท่านั้น ส่วนที่เหลือถูกจัดสรรผ่านโควตากลุ่มอำนาจและการซื้อขายตำแหน่ง
ในระบบดังกล่าว มีการกล่าวอ้างถึง “โควตาฟรี” สำหรับนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง บางกลุ่มมีโควตาในมือสูงถึง 90 ที่นั่ง ขณะที่ผู้สมัครทั่วไปซึ่งต้องการความมั่นใจในการสอบผ่าน ถูกเรียกเก็บเงินตั้งแต่ 350,000-800,000 บาทต่อตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับพื้นที่และระดับการรับประกันผล
หากตัวเลขผู้ซื้อตำแหน่งที่ประเมินไว้ราว 3,000-4,000 อัตราเป็นจริง คดีนี้ย่อมไม่ใช่เพียงการโกงสอบธรรมดา แต่คือการบิดเบือนโครงสร้างราชการท้องถิ่น เพราะผู้ที่ควรเข้าสู่ระบบด้วยคะแนนสอบ อาจถูกแทนที่ด้วยผู้ที่ผ่านเข้ามาด้วยเงิน เส้นสาย และใบสั่งจากผู้มีอำนาจ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอบางเลน และโรงพิมพ์ในจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนพบพฤติการณ์ที่ถูกระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญ ทั้งการแก้ไขกระดาษคำตอบย้อนหลัง และความผิดปกติในระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับคะแนนสอบ
แหล่งข่าวระบุว่า พบกลุ่มข้าราชการท้องถิ่นประมาณ 10 คน กำลังดำเนินการแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อให้คะแนนสอดรับกับรายชื่อผู้สอบผ่านที่ประกาศไปแล้ว อีกทั้งยังตรวจพบการใช้บัญชีผู้ใช้งานชื่อ “บูรณี แพรโรจน์” ระดับผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาฯ ล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อแก้ไขคะแนนสอบในไฟล์ PDF และ Export ข้อมูล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ทั้งที่การสอบผ่านพ้นไปแล้ว
ชื่อบัญชีดังกล่าวจึงกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ เพราะบุคคลที่ถูกระบุชื่อถูกโยงว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของ “ปย.” หนึ่งในตัวละครหลักที่ถูกจับตา แม้ทุกอย่างยังต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมาย แต่คำถามที่สังคมต้องการคำตอบคือ ใครมีสิทธิเข้าถึงระบบ ใครเป็นผู้สั่งการ และใครได้รับประโยชน์จากการแก้คะแนน
ความผิดปกติยังปรากฏผ่านรายชื่อผู้สอบผ่านลำดับต้น ๆ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่ามีบุคคลที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจหลายราย เช่น บุตรชายของเลขานุการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย น้องสาวและพี่สาวของผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ รวมถึงลูกหลานอดีต สส. ญาติผู้สมัคร สส. และบุคคลใกล้ชิดผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อีกประเด็นที่สร้างความเคลือบแคลง คือการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังมีข้อมูลว่าแม้พบพฤติการณ์คาวัดคาทั้งการแก้ไขกระดาษคำตอบและตัวบุคคลในสถานที่ตรวจค้น แต่กลับไม่มีการจับกุมทันที โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ต่อรูปคดี คำอธิบายนี้อาจเข้าใจได้ในเชิงยุทธศาสตร์สอบสวน แต่ก็ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า เป็นการขยายผลไปถึงตัวการใหญ่จริง หรือเปิดช่องให้ “ปลาตัวใหญ่” ขยับตัว
คดีโกงสอบท้องถิ่นจะจบเพียงการเอาผิดเจ้าหน้าที่ระดับกลางและระดับล่าง หรือจะสาวไปถึงเครือข่ายอำนาจที่อยู่หลังระบบอย่างแท้จริง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ถ้อยแถลง แต่อยู่ที่ความกล้าของรัฐในการตามรอยเงิน รอยคำสั่ง และรอยมือที่แก้คะแนนให้ถึงที่สุด







