
กกต.แจงดราม่าเลือก สว. ย้ำพกโพยไม่ผิด โต้ปล่อยผี พบทุจริตมีอำนาจสั่งระงับ
กกต.ชี้แจงปมเลือก สว.ระดับประเทศ ยืนยันพกโพยไม่ผิดกฎหมาย โต้ข่าวเลขาฯ เมินเบาะแส พร้อมย้ำมีอำนาจสั่งระงับหากพบทุจริต
KEY
POINTS
- กกต. ชี้แจงว่าการพกโพยรายชื่อผู้สมัคร สว. ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยอ้างคำพิพากษาศาล แต่ได้มีมติห้ามเพื่อความเป็นระเบียบ
- กกต. ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเลขาธิการฯ สั่ง "ปล่อยผี" กลุ่มทำโพย โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบไม่พบการแจ้งเหตุดังกล่าวในวันเลือกตั้ง
- กกต. ยืนยันว่ามีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งระงับหรือยกเลิกการเลือกตั้งได้ หากพบเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายประเด็น โดยยืนยันว่า การนำเอกสารหรือโพยรายชื่อเข้าไปในสถานที่เลือก ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
กกต. ระบุว่า ประเด็นการพกโพยเข้าไปในสถานที่เลือกนั้น มีคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท 125/2567 วินิจฉัยว่า ไม่มีกฎหมายห้ามผู้สมัครนำเอกสารที่มีการจดหมายเลขผู้สมัครรายอื่นเข้าไปในเขตเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย กกต. ได้มีมติห้ามนำเอกสารเข้าไปในพื้นที่ลงคะแนนของสายอื่นในกลุ่มที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยในวันดังกล่าว ดร.ฐิติเชฏฐ์ นุชนาถ กรรมการ กกต. ตรวจพบและเก็บเอกสารที่ผู้สมัครพกติดตัวมาไว้ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ แม้การกระทำดังกล่าวไม่ใช่ความผิดตามกฎหมาย
ส่วนกรณีมีการกล่าวอ้างว่า พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้ง แจ้งเบาะแสกลุ่มทำโพยต่อเลขาธิการ กกต. เมื่อเวลา 08.29 น. ของวันเลือก สว. และอ้างว่าเลขาธิการ กกต. ตอบกลับว่า “ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเตรียมวางแผนกันมาดีแล้ว” นั้น กกต. ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
กกต. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบบันทึกการปฏิบัติงาน เอกสารแจ้งเหตุ และข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่พบว่ามีการแจ้งเหตุตามที่กล่าวอ้าง ขณะเดียวกัน รายงานที่ พ.ต.อ.มนัส ยื่นต่อ กกต. ในภายหลังเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 พบว่ามีเนื้อหาบางส่วนแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในพยานหลักฐานของทางราชการ
นอกจากนี้ กกต. ยืนยันว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 59 คณะกรรมการมีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือสั่งยกเลิกการเลือก และสั่งให้เลือกใหม่ได้ หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ทั้งนี้ กกต. ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากรณีการกระทำผิดของผู้สมัคร สว. รายอื่นตามอำนาจหน้าที่ และจะเผยแพร่ผลการพิจารณาให้สาธารณชนทราบต่อไปเมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น







