
เปิดเหตุผลเพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทางเลือกลงทุนของกองทุน เปิดเฮียริ่งถึง 18 ก.ค.นี้
ส่องเหตุผล ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนใน “สลาก ธอส.” เพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตและสภาพคล่องของกองทุน เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 18 ก.ค.นี้ คาดมีผลใช้บังคับในไตรมาส 4/69
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาเพิ่ม "สลากออมทรัพย์ ธอส." เป็นสินทรัพย์ที่กองทุนสามารถลงทุนได้
- มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตการลงทุนของกองทุน และเพื่อให้หลักเกณฑ์สอดคล้องกับสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
- เปิดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 คาดมีผลใช้บังคับในไตรมาส 4/69
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตและสภาพคล่องของกองทุน รวมทั้งทำให้หลักเกณฑ์การลงทุนในสลากออมทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมีความสอดคล้องในแนวเดียวกัน
ที่มา เหตุผล ความจำเป็น
ปัจจุบัน กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถลงทุนในสลากออมสินพิเศษที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสิน (สลากออมสิน) และสลากออมทรัพย์ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สลาก ธ.ก.ส.) ได้ ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมสลาก ธอส.
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการให้เพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้มีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าว โดยสลาก ธอส. มีโครงสร้างทางกฎหมายและลักษณะการจ่ายผลตอบแทนใกล้เคียงกับสลากออมสิน และสลาก ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้อยู่แล้ว
สรุปสาระสำคัญของหลักการ
เกณฑ์ปัจจุบัน
นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” หมายถึง ทรัพย์สิน ดังนี้
(1) เงินฝาก เงินฝากอิสลามหรือตราสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับเงินฝาก
(2) สลาก ธ.ก.ส.
(3) สลากออมสิน
หลักเกณฑ์ที่เสนอ
ปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยเพิ่มให้สลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก”
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยังคงต้องบริหารจัดการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราส่วนการลงทุนตาม single entity limit เพื่อป้องกันการลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง หรือ group limit เพื่อป้องกันการลงทุนกระจุกตัวในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เป็นต้น
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้กองทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น และสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การจำกัดการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และการจำกัดการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1180 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzQxMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในไตรมาส 4/2569
ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว มีผู้ที่เกี่ยวข้องหรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
ผู้ลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก:
- มีทางเลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น
ผลกระทบเชิงลบ:
- ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
บลจ. ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุน
ผลกระทบเชิงบวก:
- ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น
- บริหารจัดการพอร์ตการลงทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลกระทบเชิงลบ:
- บลจ. ต้องทำความเข้าใจและเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญให้ครบถ้วนเพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน







