
วุฒิสภาถกรับรอง 9 ว่าที่ตุลาการศาลปค.สูงสุด เจาะลึก 8 ลูกพ่อขุนครองแผงอำนาจ
เมื่อตาชั่งแห่งความยุติธรรมทางปกครองกำลังจะผลัดแผ่นดิน เส้นทางชีวิตและเกียรติยศของขุนพลนักกฎหมายทั้งเก้าชีวิต จะถูกชำแหละอย่างลึกซึ้งท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมลับสภาสูง
KEY
POINTS
- วุฒิสภาเตรียมจัดประชุมลับเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 9 ราย
- ผู้ได้รับการเสนอชื่อ 8 ใน 9 ราย เป็นศิษย์เก่าจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง
- กระบวนการคัดเลือกมีการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมทางจริยธรรมอย่างละเอียดโดยคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งจัดทำเป็น "รายงานลับ" เพื่อให้วุฒิสภาลงมติ
เมื่อตาชั่งแห่งความยุติธรรมทางปกครองกำลังจะผลัดแผ่นดิน เส้นทางชีวิตและเกียรติยศของขุนพลนักกฎหมายทั้งเก้าชีวิต จะถูกชำแหละอย่างลึกซึ้งท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมลับสภาสูง
ปรากฏการณ์การคัดสรรผู้ใช้อำนาจตุลาการถือเป็นหลักไมล์สำคัญของแวดวงนิติศาสตร์ไทย เมื่อคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด พร้อมยื่นรายงานตรงสู่มือประธานวุฒิสภา บรรจุเข้าสู่วาระพิจารณา การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นกระบวนการเฟ้นหาผู้พิพากษาปกครองชั้นต้นขึ้นไปทดแทนเก้าอี้ที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2569
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญชุดนี้ขึ้นมาจำนวน 15 คน โดยมี นายอภิชาติ งามกมล นั่งแท่นเป็นประธานโดยกรรมาธิการฯ ได้ประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงและการปราบปรามการทุจริตระดับประเทศรวมทั้งสิ้น 19 หน่วยงาน อาทิ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, สำนักงาน ป.ป.ช., กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองทะเบียนประวัติอาชญากร มีการส่งแบบตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่บริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดตามมาตรฐานจริยธรรมตุลาการศาลปกครอง
เนื่องจากข้อมูลบางส่วนมีความล่อแหลมและอ่อนไหว คณะกรรมาธิการฯ จึงจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเป็น "รายงานลับ" และเสนอแนะให้วุฒิสภาดำเนินการพิจารณาเป็นการลับ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาทุกคนสามารถใช้ดุลยพินิจและลงมติให้ความเห็นชอบได้อย่างเป็นอิสระ ปราศจากแรงกดดันจากภายนอก
เมื่อพิเคราะห์รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 9 ราย ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) และได้รับการเสนอชื่อผ่านนายกรัฐมนตรีมายังวุฒิสภา
โดยเรียงตามลำดับอาวุโสและประวัติโดยย่อ จะพบแรงขับเคลื่อนที่น่าสนใจยิ่งจากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ผลิตศิษย์เก่าเข้าสู่ทำเนียบชุดนี้ถึง 8 ใน 9 ราย:
1. นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล
อายุ:64 ปี 6 เดือน (นับถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569)
ตำแหน่งปัจจุบัน: อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด
คุณวุฒิการศึกษา: นิติศาสตรบัณฑิต และนิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
เส้นทางชีวิต: ผ่านตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น, รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น
2.นายตระหง่าน เกียรติศิริโรจน์
อายุ: 57 ปี 4 เดือน
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองกลาง
คุณวุฒิการศึกษา: นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และเนติบัณฑิตไทย
เส้นทางชีวิต:เคยดำรงตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะ และรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น
3.นายวุฒิชัย แสนสำราญ
อายุ:66 ปี 6 เดือน
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองสุพรรณบุรี
คุณวุฒิการศึกษา:นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, เนติบัณฑิตไทย และประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เส้นทางชีวิต:ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นมาตั้งแต่ปี 2566
4.นายยรรยง ธัญทะพิพงศ์
อายุ: 67 ปี 7 เดือน
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น
คุณวุฒิการศึกษา:นิติศาสตรบัณฑิต, เศรษฐศาสตรบัณฑิต, บริหารธุรกิจบัณฑิต และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (เป็นขุนพลเพียงหนึ่งเดียวในรุ่นนี้ที่ไม่ได้ระบุปริญญาตรีจากรั้วรามคำแหง)
เส้นทางชีวิต: นั่งแท่นเป็นอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567
5.นายสมสกุล ณ บางช้าง
อายุ: 62 ปี 10 เดือน
ตำแหน่งปัจจุบัน: อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด
คุณวุฒิการศึกษา:** นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และนิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เส้นทางชีวิต: อดีตรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ก่อนขยับขึ้นเป็นอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นในปี 2567
6. นายตรีทศ นิโครธางกูร
อายุ: 61 ปี
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่
คุณวุฒิการศึกษาที่สำคัญ:นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เส้นทางชีวิต: เติบโตจากการดำรงตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะและรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ก่อนรับตำแหน่งอธิบดี
7. นายประยูร ปี่ดา
อายุ: 63 ปี 2 เดือน
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด
คุณวุฒิการศึกษา:นิติศาสตรบัณฑิต และนิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเนติบัณฑิตไทย
เส้นทางชีวิต:เริ่มต้นปักหมุดบนเส้นทางตุลาการศาลปกครองชั้นต้นมาตั้งแต่ปี 2551
8.นายพัฒนา คูศรีพิทักษ์
อายุ:58 ปี
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี
คุณวุฒิการศึกษาที่สำคัญ: สำเร็จปริญญาตรีหลายสาขา ได้แก่ สาธารณสุขศาสตร์, นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ รวมถึงนิติศาสตรมหาบัณฑิต และเนติบัณฑิตไทย
เส้นทางชีวิต:ดำรงตำแหน่งอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตั้งแต่ปี 2567
9. นายหัสฎี ศรีวิเชียร
อายุ:60 ปี 6 เดือน
ตำแหน่งปัจจุบัน:อธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี
คุณวุฒิการศึกษา:นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง), นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเนติบัณฑิตไทย
เส้นทางชีวิต: ดำรงตำแหน่งอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568
การเรียงแถวเข้าสู่การพิจารณาของ 9 อธิบดีศาลปกครองภูมิภาคในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสถาบันการศึกษาที่สร้างนักกฎหมายมหาชนขึ้นมาโอบอุ้มระบบยุติธรรมของประเทศเท่านั้น
แต่ยังทิ้งปมปริศนาสำคัญให้สังคมได้ขบคิดต่อว่า ภายใต้ "รายงานลับ" และการประชุมลับหลังม่านสภาสูง ดุลยพินิจของสมาชิกวุฒิสภาจะสามารถกลั่นกรองบุคคลผู้มีความเหมาะสมอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพื่อไปทำหน้าที่คานอำนาจรัฐและปกป้องสิทธิของประชาชนได้อย่างไร
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ทุกคะแนนเสียงที่หย่อนลงในกล่องมติลับ ย่อมหมายถึงทิศทางและบรรทัดฐานของศาลปกครองสูงสุดที่ประชาชนจะฝากฝังความหวังสุดท้ายเอาไว้ได้... หรือไม่?







