posttoday
"เอกนิติ" ชี้หากศึกตะวันออกกลางคลี่คลาย เล็งปรับ GDP ไทยใหม่ รับสัญญาณบวก

"เอกนิติ" ชี้หากศึกตะวันออกกลางคลี่คลาย เล็งปรับ GDP ไทยใหม่ รับสัญญาณบวก

15 มิถุนายน 2569

รมว.คลังชี้โลกยังผันผวนสูง แม้ตะวันออกกลางส่งสัญญาณบวก เตรียมทบทวนประมาณการจีดีพีใหม่ให้สอดคล้องสถานการณ์ พร้อมเร่งช่วยรายย่อยลดต้นทุนรับเงินเฟ้อ

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลงจะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทย
  • รัฐบาลเตรียมปรับประมาณการตัวเลข GDP ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยบวกที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงต้องระมัดระวังเนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูง
  • การคลี่คลายของสถานการณ์จะส่งผลดีต่อไทยโดยเฉพาะด้านต้นทุนพลังงานและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลง จะถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย เพราะหลายประเทศจะสามารถกลับมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้มากขึ้น หลังจากต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากความผันผวนของราคาพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ หากสถานการณ์คลี่คลายลง แม้ราคาพลังงานอาจไม่กลับไปอยู่ในระดับก่อนเกิดสงคราม แต่ก็น่าจะช่วยบรรเทาแรงกดดันดังกล่าว และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยังติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ระยะหลังจะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง และมีโอกาสที่ปัจจัยเสี่ยงจะกลับมากระทบตลาดได้อีก

"วันนี้โลกอยู่บนความผันผวนสูงมาก เราเห็นข่าวดีมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่กี่วันก็กลายเป็นข่าวร้าย เพราะฉะนั้น ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ทั้งนี้จะมีการปรับประมาณการตัวเลข GDP ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และมีปัจจัยบวกเพิ่ม แต่ยังต้องตั้งอยู่บนความระมัดระวัง เนื่องจากโลกมีความผันผวนสูง" นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ ระบุว่า การทบทวนประมาณการเศรษฐกิจครั้งใหม่จะนำข้อมูลและปัจจัยล่าสุดมาประเมิน เพื่อให้สะท้อนภาพเศรษฐกิจได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ทั้งผลกระทบจากราคาพลังงาน ทิศทางเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่อาจฟื้นตัว หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง

อย่างไรก็ตาม แม้สงครามตะวันออกกลางจะยุติและสถานการณ์พลังงานโลกเริ่มดีขึ้น รัฐบาลยังจำเป็นต้องเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เนื่องจากมองว่าราคาน้ำมันจะไม่กลับไปอยู่ในระดับต่ำเหมือนก่อนเกิดสงคราม หลังแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วโลกได้รับความเสียหาย ทำให้ไทยอาจต้องเผชิญต้นทุนพลังงานสูงต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี

พร้อมกันนี้ ไทยต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดูแลต้นทุนภาคธุรกิจ และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตได้ท่ามกลางความผันผวนของโลก โดยรัฐบาลจะดำเนินนโยบายด้วยความรอบคอบ เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนต่อไป

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ นายเอกนิติ ระบุว่า โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ถือเป็นการต่อยอดบทเรียนความสำเร็จจากโครงการ "คนละครึ่ง" ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้จริง โดยเฉพาะร้านค้าที่ปรับตัวเข้าสู่การขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งหลายรายมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้หลังสิ้นสุดมาตรการ

"คนละครึ่งทำให้เราเห็นว่า เมื่อร้านค้ารายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีและช่องทางออนไลน์ได้ รายได้ของเขาเพิ่มขึ้นจริง สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการอัดฉีดระยะสั้น แต่เป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างโอกาสเติบโตได้อย่างยั่งยืน" นายเอกนิติ กล่าว

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมต่อยอดการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ โดยนำข้อมูลทางบัญชีและประวัติการค้าขายที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้ารายย่อยเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว

ในส่วนของความคืบหน้าการทบทวนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 นั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและรอบคอบมากที่สุด ก่อนสรุปแนวทางเสนอรัฐบาลพิจารณา

ทั้งนี้ ยังมีประเด็นด้านข้อมูลและตัวเลขที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อให้การปรับปรุงหลักเกณฑ์เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ส่งผลให้ในขณะนี้ยังไม่มีการบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 มิถุนายน ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

นายเอกนิติ ยืนยันว่า กระทรวงการคลังจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนผู้มีสิทธิ และจะเร่งสรุปรายละเอียดให้แล้วเสร็จ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในโอกาสต่อไป เมื่อข้อมูลทุกด้านมีความครบถ้วนและมีข้อยุติที่ชัดเจนแล้ว

ข่าวล่าสุด

รถถังเปิดใจล้างทุกดราม่า ยอมรับหลงผิด ยืนยัน "คนเดิม" กลับมาแล้ว

รถถังเปิดใจล้างทุกดราม่า ยอมรับหลงผิด ยืนยัน "คนเดิม" กลับมาแล้ว