posttoday
สภาฯ มติเอกฉันท์ 455 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. ฉบับอิเล็กทรอนิกส์

สภาฯ มติเอกฉันท์ 455 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. ฉบับอิเล็กทรอนิกส์

10 มิถุนายน 2569

สภาฯ มติเอกฉันท์ 455 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. รองรับหุ้นและตราสารหนู้อิเล็กทรอนิกส์ มุ่งลดต้นทุน จี้เข้มธรรมาภิบาลป้องกันโอนสินทรัพย์หนีใน 5 นาที

KEY

POINTS

  • สภาผู้แทนราษฎรมีมติเป็นเอกฉันท์ 455 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
  • สาระสำคัญคือการทำให้หลักทรัพย์ เช่น หุ้น หรือตราสารหนี้ สามารถดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เต็มรูปแบบ เพื่อลดต้นทุนและขยายโอกาสการลงทุน
  • กฎหมายใหม่กำหนดให้หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มีสถานะทางกฎหมายเทียบเท่า "เอกสารต้นฉบับ" พร้อมเพิ่มบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้นเพื่อคุ้มครองนักลงทุน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่..) พ.ศ... ด้วยคะแนน 455 เสียง เพื่อรองรับการทำธุรกรรมและออกหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งลดต้นทุน ขยายโอกาสการลงทุน และเพิ่มความเข้มงวดด้านธรรมาภิบาล
 
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่..) พ.ศ... หรือ ร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการเป็นเอกฉันท์ พร้อมทั้งตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 25 คน เพื่อพิจารณาปรับปรุงในรายละเอียดต่อไป

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายสนับสนุนว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ปัจจุบันตลาดทุนไทยยังล้าหลังต่างประเทศ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. จึงจำเป็นต้องนำระบบธรรมาภิบาลมาปรับใช้ในทุกจุดเพื่อควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากปัจจุบันตลาดทุนมีมูลค่าการระดมทุนสูงถึง 18 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณแผ่นดินต่อปีของรัฐบาล และสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ที่มีมูลค่า 16 ล้านล้านบาท หากบริหารจัดการตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพ รัฐบาลจะไม่ต้องเผชิญภาวะขาดดุลปีละ 7 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ นายจุติ ยังเสนอแนะให้มีการจัดตั้งศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีทุจริตในตลาดทุนที่มีมูลค่าความเสียหายสูง รวมทั้งเพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้แก่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด นอกเหนือจากการปรับเป็นตัวเงิน เนื่องจากในอดีตกระบวนการดำเนินคดีจนถึงชั้นศาลใช้เวลารวดเร็วที่สุด 13 เดือน ซึ่งไม่ทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบันที่สามารถโอนย้ายสินทรัพย์ไปต่างประเทศได้ภายในเวลา 5 นาที

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญเพื่อรองรับการออกและการทำธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ในระยะแรกจะเริ่มบังคับใช้กับหลักทรัพย์ที่มีความพร้อม เช่น ตราสารหนี้ โดยจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียก่อนออกกฎหมายระดับรอง


"ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ แต่เป็นการทำให้หลักทรัพย์ตามกฎหมาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุน สามารถดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายตลาดทุน ส่วนประเด็นเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นและการบังคับใช้กฎหมายให้รวดเร็วนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และพร้อมจะเร่งแก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นช่องว่างโดยพลัน" นางพรอนงค์ กล่าว
 

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเข้าสู่สังคมดิจิทัล โดยมีการเพิ่มหมวด 2/1 ว่าด้วยหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 62/1 ถึงมาตรา 62/11) กำหนดให้หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มีสถานะทางกฎหมายเป็น "เอกสารต้นฉบับ" สามารถใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้ในลักษณะเดียวกับการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
 

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มบทกำหนดโทษที่เข้มงวดขึ้น เช่น มาตรา 273 โทษปรับบริษัทที่ฝ่าฝืนการจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ ไม่เกิน 1 แสนบาท มาตรา 275/1 โทษปรับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เกิน 5 แสนบาท และมาตรา 275/2 โทษปรับบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่แยกบัญชีทรัพย์สินของลูกค้า ไม่เกิน 3 แสนบาท โดยทุกกรณีจะมีโทษปรับรายวันจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่นักลงทุน

ข่าวล่าสุด

ย้อนรอย พ.ร.ก.ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. สอบคดีเอง

ย้อนรอย พ.ร.ก.ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. สอบคดีเอง