posttoday
เจาะปม TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เงื่อนงำ TOR–ราคากลาง–ทุนการเมือง

เจาะปม TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เงื่อนงำ TOR–ราคากลาง–ทุนการเมือง

05 มิถุนายน 2569

โครงการ Thai AI Passport วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท กมธ.สภาผู้แทนฯ อย่างน้อย3คณะกำลังตรวจสอบเป็นการลงทุนยกระดับประเทศหรือมีช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม

KEY

POINTS

  • โครงการถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณ 1,600 ล้านบาทที่อาจตั้งขึ้นเพื่อใช้เงินคงเหลือ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เร่งรัด มีระยะเวลาประมูลสั้นซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่ม
  • เงื่อนไขใน TOR ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการ "ล็อกสเปก" โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องจอโฆษณาดิจิทัล 1,500 สาขา ที่มีเอกชนเพียงไม่กี่รายสามารถทำได้และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชนะการประมูล
  • มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ชนะการประมูลกับกลุ่มทุนการเมือง หลังพบข้อมูลบริษัทในกลุ่มมีประวัติบริจาคเงินให้พรรคการเมืองในวงเงินสูงสวนทางกับทุนจดทะเบียน

โครงการ Thai AI Passport วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาทั้งในแวดวงการเมือง ภาคเทคโนโลยี และเครือข่ายภาคประชาชน หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ปกติหลายชั้น ตั้งแต่ที่มาของงบประมาณ กระบวนการจัดทำร่างขอบเขตงาน หรือ TOR ระยะเวลาประมูล ราคากลาง ไปจนถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ชนะงานกับเครือข่ายธุรกิจและทุนการเมือง

ขณะนี้มีกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 3 คณะ ได้แก่ กมธ. กฎหมายฯ, กมธ. ติดตามงบประมาณ และ กมธ. การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด หรือ กมธ. ปปง. ที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคลี่ให้ชัดว่าโครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนด้าน AI เพื่อยกระดับประเทศอย่างแท้จริง หรือมีช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
 

งบ 1,600 ล้าน กับคำถามแรก: ตั้งโครงการเพื่อใช้เงินคงเหลือ?

จุดเริ่มต้นของข้อสงสัยอยู่ที่วงเงินโครงการประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความใกล้เคียงกับเงินคงเหลือในกองทุนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE อย่างมีนัยสำคัญ จนนำไปสู่คำถามว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากการประเมินความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน หรือเป็นการออกแบบโครงการเพื่อใช้วงเงินคงเหลือให้สอดรับกับงบประมาณที่มีอยู่

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ การเปิดขอใช้เงินในรอบพิเศษช่วงเดือนกันยายน ซึ่งแตกต่างจากรอบปกติที่มักพิจารณาในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน โดยจังหวะเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่งไม่นาน ทำให้เกิดคำถามต่อเนื่องถึงที่มาของแนวคิด โครงสร้างโครงการ และกระบวนการตัดสินใจในระดับนโยบาย

ประมูลกระชั้น 34 วัน ทับช่วงหยุดยาว บริษัทใหญ่เตรียมตัวไม่ทัน?

ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อพิรุธที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือระยะเวลาการประมูลที่ค่อนข้างกระชั้น เพียงประมาณ 34 วัน และยังคาบเกี่ยวช่วงวันหยุดยาวปลายปี ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการรายอื่น โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติหรือบริษัทที่ต้องใช้เวลาจัดเตรียมเอกสารและพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างเต็มที่

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อสังเกตว่า บริษัท 3 รายที่ร่วมเสนอข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการกำหนดราคากลาง กลับเป็นกลุ่มเดียวกับที่ปรากฏในกลุ่มผู้ชนะการประมูลในภายหลัง โดยราคาที่เสนอชนะต่ำกว่าราคากลางเพียงประมาณ 1.5%–5% เท่านั้น

ประเด็นนี้จึงไม่ได้ถูกตั้งคำถามเฉพาะเรื่อง “ถูกหรือแพง” แต่รวมถึงความเป็นธรรมของการแข่งขันว่า เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นเข้าถึงงานได้จริงหรือไม่ และราคากลางถูกออกแบบบนฐานข้อมูลที่เป็นกลางเพียงใด
 

TOR จอดิจิทัล 1,500 สาขา จุดเปราะบางเรื่องล็อกสเปก

หนึ่งในข้อกล่าวหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือเงื่อนไขใน TOR ที่กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องสามารถทำสื่อโฆษณาผ่าน จอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อจำนวน 1,500 สาขา ได้

เงื่อนไขลักษณะนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกำหนดสเปกที่จำกัดผู้แข่งขัน เพราะมีข้อมูลว่าในประเทศไทยมีเอกชนเพียงไม่กี่ราย หรืออาจมีเพียงรายเดียว ที่มีเครือข่ายจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อครอบคลุมตามจำนวนดังกล่าว

ข้อสงสัยยิ่งขยายวง เมื่อมีการระบุว่าบริษัทที่มีศักยภาพด้านจอดิจิทัลดังกล่าว มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือถือหุ้นเชื่อมโยงกับหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูล ทำให้คำถามเรื่อง “ล็อกสเปก” กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กรรมาธิการต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

หากเงื่อนไขใน TOR ถูกออกแบบให้สอดรับกับศักยภาพของผู้ประกอบการบางรายตั้งแต่ต้น ย่อมกระทบต่อหลักการแข่งขันเสรี ความคุ้มค่าของงบประมาณ และความน่าเชื่อถือของโครงการโดยตรง

เจาะปม TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เงื่อนงำ TOR–ราคากลาง–ทุนการเมือง

เงื่อนงำทุนการเมือง: บริษัททุน 3 ล้าน บริจาคเต็มเพดาน

อีกด้านหนึ่ง สมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน หรือ สตป. ได้เปิดข้อมูลที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของบางบริษัทในกิจการค้าร่วมที่ชนะการประมูลกับเครือข่ายธุรกิจและการเมือง

ข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ บริษัทพลังงานและปิโตรเลียม 2 แห่ง ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียงประมาณ 3 ล้านบาท แต่กลับมีประวัติบริจาคเงินให้พรรคการเมืองหนึ่งในระดับเต็มเพดานตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงที่ตั้งสำนักงานของบริษัทบางแห่ง ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกับเครือข่ายผู้ชนะประมูลรายอื่น ทำให้ฝ่ายค้านและภาคประชาชนมองว่า โครงการนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านเทคนิคหรือการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น แต่มีมิติทางการเมืองและเครือข่ายทุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับกระแสการเมืองเรื่อง “ทุนสีน้ำเงิน” ที่ฝ่ายค้านเตรียมนำไปขยายผลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยังต้องรอการพิสูจน์จากเอกสาร หลักฐานทางการเงิน และข้อมูลทางราชการอย่างเป็นทางการ

เทคโนโลยีพื้นฐาน แต่ใช้งบระดับพันล้าน

คำถามใหญ่อีกข้อคือ ความคุ้มค่าของโครงการ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ประชาชนจะได้รับ

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ฟีเจอร์จำนวนมากที่ระบุใน TOR อาจเป็นเพียงเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน หรือ Basic Version ที่มีเครื่องมือใกล้เคียงให้ใช้งานทั่วไปอยู่แล้วในตลาด

หากเป็นเช่นนั้น คำถามสำคัญคือ เหตุใดภาครัฐจึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อจัดหาเทคโนโลยีที่อาจไม่ได้มีความซับซ้อนหรือเป็นนวัตกรรมเฉพาะทางระดับสูง

เจาะปม TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เงื่อนงำ TOR–ราคากลาง–ทุนการเมือง

นอกจากเรื่องฟีเจอร์แล้ว ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบ Token ที่ถูกกล่าวถึงในโครงการ แต่รายละเอียดใน TOR ยังไม่ชัดเจนพอ ทั้งในแง่จำนวน หน่วยนับ วิธีคิดต้นทุน ราคาต่อหน่วย การใช้งานจริง และกลไกตรวจสอบ

หากไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างรัดกุม ระบบ Token อาจกลายเป็นช่องว่างสำคัญในการประเมินต้นทุนและกำไรของผู้รับจ้าง ซึ่งอาจทำให้ภาครัฐเสียเปรียบ และเปิดช่องให้ผู้รับจ้างทำกำไรสูงเกินควรจากงบประมาณแผ่นดิน

กมธ. ปปง. จี้เปิด TOR–ราคากลาง–เส้นทางเงิน

ล่าสุด กมธ. ปปง. นำโดยนายพิทักษ์เดช เดชเดโช ได้เรียกกระทรวง DE และกรมบัญชีกลางเข้าชี้แจง เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง และความเสี่ยงด้านเส้นทางการเงิน

หนึ่งในข้อมูลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนคือ กรมบัญชีกลางไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการกำหนดราคากลาง แต่เป็นการดำเนินการของกระทรวง DE เป็นหลัก ทำให้กรรมาธิการต้องการเห็นเอกสารและหลักฐานประกอบทั้งหมดว่า ราคากลางถูกคำนวณจากอะไร ใครเป็นผู้เสนอข้อมูล และมีการเปรียบเทียบกับราคาตลาดอย่างไร

  เจาะปม TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เงื่อนงำ TOR–ราคากลาง–ทุนการเมือง

ประเด็นที่ กมธ. ปปง. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ มีอย่างน้อย 3 เรื่อง

  • เรื่องแรก คือการเปิด TOR และราคากลาง เพื่อดูว่าเงื่อนไขใดอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางรายหรือไม่
  • เรื่องที่สอง คือเส้นทางการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ทั้งก่อนและหลังการได้งาน เพื่อดูว่ามีความผิดปกติหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไม่
  • เรื่องที่สาม คือคุณสมบัติและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการตรวจรับ ว่ามีความรู้ด้านเทคโนโลยี AI เพียงพอหรือไม่ และมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจหรือเอกชนรายใดหรือไม่

สัญญาเซ็นแล้ว แต่ยังมีโอกาสระงับ?

แม้โครงการ Thai AI Passport จะมีการลงนามสัญญาไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน แต่การตรวจสอบของกรรมาธิการยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

หากการตรวจสอบในวันที่ 18 มิถุนายน 2569  พบหลักฐานชัดเจนว่า TOR หรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความผิดปกติ อาจนำไปสู่ข้อเสนอให้ระงับ ทบทวน หรือยกเลิกโครงการ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินภาษีของประชาชน

ขณะที่กระทรวง DE ระบุว่า โครงการยังอยู่ระหว่างการทบทวนและเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ซึ่งเท่ากับว่าสถานะของ Thai AI Passport ยังไม่ปิดฉาก และแรงกดดันจากสภา ภาคประชาชน และแวดวงเทคโนโลยี ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

บทสรุป: AI เพื่อประชาชน หรือโครงการที่ต้องตรวจให้สุด?

โดยหลักการแล้ว การผลักดันให้ประชาชนเข้าถึง AI เป็นเรื่องสำคัญต่ออนาคตประเทศ เพราะ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจ การศึกษา และการทำงาน

แต่เมื่อโครงการที่อ้างเป้าหมายระดับประเทศใช้งบประมาณสูงถึงกว่า 1,600 ล้านบาท ความโปร่งใสจึงต้องมากกว่าโครงการทั่วไป เอกสาร TOR ต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ ราคากลางต้องอธิบายได้ และเส้นทางผลประโยชน์ต้องไม่คลุมเครือ

Thai AI Passport จึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “รัฐควรลงทุนด้าน AI หรือไม่” แต่คือคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า การลงทุนด้าน AI ของประเทศกำลังเดินไปเพื่อประโยชน์ประชาชนจริง หรือกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความโปร่งใสของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

คำตอบสุดท้ายยังต้องรอหลักฐานจากการตรวจสอบ แต่จากข้อพิรุธที่ปรากฏในขณะนี้ โครงการนี้สมควรถูกชำแหละอย่างถึงที่สุด ก่อนที่งบประมาณระดับพันล้านจะไหลออกไปโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสังคม

ข่าวล่าสุด

ถอดรหัส “บ๊วยคืนชีพ” ของกินเล่นคนไทย แต่คนจีนมองเป็นอาหารบำรุง

ถอดรหัส “บ๊วยคืนชีพ” ของกินเล่นคนไทย แต่คนจีนมองเป็นอาหารบำรุง