posttoday
ปกรณ์สั่งก.พ.ทำแผนเออร์ลี่รีไทร์ปรับเงินเดือน ยันไม่ขยายเกษียณเกิน 60 ปี

ปกรณ์สั่งก.พ.ทำแผนเออร์ลี่รีไทร์ปรับเงินเดือน ยันไม่ขยายเกษียณเกิน 60 ปี

03 มิถุนายน 2569

ปกรณ์สั่งก.พ.เร่งศึกษาแผนเออร์ลี่รีไทร์ หวังลดข้าราชการรับยุคดิจิทัล พร้อมเล็งปรับเพิ่มเงินเดือน คัดค้านขยายอายุเกษียณเกิน 60 ปี ชี้ปิดกั้นคนรุ่นใหม่

KEY

POINTS

  • นายปกรณ์สั่งให้ ก.พ. จัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) เพื่อลดจำนวนข้าราชการให้เหมาะสมกับภาระงานในยุครัฐบาลดิจิทัล
  • ยืนยันว่าจะไม่มีการขยายอายุเกษียณราชการเกิน 60 ปี เพราะจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานและปิดกั้นโอกาสของคนรุ่นใหม่
  • มีแผนจะปรับโครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนให้สูงขึ้นสำหรับข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบ หลังจากปรับลดจำนวนคนได้ตามเป้าหมายแล้ว

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เร่งจัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด เพื่อลดจำนวนข้าราชการที่มีจำนวนมากเกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน

สำหรับแนวคิดการขยายอายุเกษียณของข้าราชการจากเดิม 60 ปี นายปกรณ์กล่าวคัดค้านและไม่เห็นด้วย โดยมองว่าเป็นการยืดปัญหาออกไป และส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ที่สำเร็จการศึกษาไม่สามารถเข้าสู่ระบบราชการได้เนื่องจากไม่มีตำแหน่งว่าง ทั้งนี้ ในระยะต่อไปเมื่อสามารถปรับลดจำนวนข้าราชการได้อย่างเหมาะสมแล้ว จะเสนอให้มีการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนและเงินเดือนใหม่ให้แก่ข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบให้สูงขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับภาระงานและสถานการณ์ปัจจุบัน

"เราต้องทำให้จำนวนข้าราชการในประเทศมีจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป และข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบราชการ สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าลดจำนวนคน แต่ต้องมีการปรับทักษะให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ และสร้างระบบที่คนอยู่ต่อมีรายได้ที่เพียงพอและยั่งยืน" นายปกรณ์กล่าว

สาเหตุสำคัญในการลดกำลังคนเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลทำได้รวดเร็วขึ้น ระบบกฎหมายไทยแบบเดิมที่เน้นการควบคุมทำให้ต้องใช้คนจำนวนมากในการอนุมัติอนุญาต แต่เมื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบดิจิทัลมาใช้ กระบวนงานจะกระชับขึ้น ความจำเป็นในการใช้คนจึงลดลง

เช่นเดียวกับประเทศนิวซีแลนด์ที่สามารถลดจำนวนข้าราชการลงได้ถึง 8,700 คนภายใน 1 ปี ส่วนผู้ที่เกษียณอายุไปแล้ว รัฐจะวางแผนส่งเสริมการจ้างงานในลักษณะใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีวิถีชีวิตในสังคมและมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานเต็มเวลา ซึ่งในหลายประเทศที่ขยายอายุเกษียณ เช่น ประเทศเดนมาร์ก หรือประเทศฝรั่งเศส ต่างประสบปัญหาประชาชนออกมาประท้วงอย่างหนักเนื่องจากต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณในขณะที่ยังมีสุขภาพดี

ข่าวล่าสุด

กรมควบคุมโรคยันโควิด 19 สายพันธุ์  NB.1.8.1 ไม่พบก่อโรครุนแรง

กรมควบคุมโรคยันโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 ไม่พบก่อโรครุนแรง