
โต้ผลโพลสินบน หน่วยงานรัฐจี้ขอหลักฐาน ม.หอการค้าไทยยันโปร่งใส
กกร. นำผลสำรวจ "10 หน่วยงานรัฐเรียกรับสินบนสูงสุด" หารือรองนายกฯ เพื่อสังคายนาระบบ ท่ามกลางกระแสโต้กลับจากหน่วยงานที่ถูกพาดพิงซึ่งดาหน้าจี้ขอหลักฐาน
KEY
POINTS
- หน่วยงานรัฐที่ถูกพาดพิงในผลโพลสินบนออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหา โดยชี้แจงว่าบางหน่วยงานไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษและได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ พร้อมเรียกร้องขอหลักฐานที่ชัดเจน
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยืนยันว่าผลโพลมีความโปร่งใสและจัดทำตามมาตรฐานสากลของธนาคารโลก (World Bank) เพื่อสะท้อนภาพรวมปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ
- ผู้จัดทำโพลยอมรับว่าไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อระบุตัวบุคคลได้ เนื่องจากประเทศไทยยังขาดกฎหมายคุ้มครองพยานสำหรับผู้ให้เบาะแสการทุจริต
ทส. กางข้อกฎหมายโต้ "กรมควบคุมมลพิษ" ไร้อำนาจให้คุณให้โทษ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงความกังวลหลังพบหน่วยงานในสังกัดติดอันดับถึง 3 แห่ง พร้อมชี้แจงในแต่ละประเด็นอย่างละเอียด ดังนี้:
- กรมควบคุมมลพิษ (อันดับ 1 - เฉลี่ย 122,160 บาทต่อครั้ง): รัฐมนตรีตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของข้อมูล เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว กรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตหรือสั่งปิดโรงงาน หน้าที่หลักคือการตรวจวัดค่ามลพิษตามข้อร้องเรียน แล้วส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือตำรวจ ดำเนินการต่อ จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายสินบนให้หน่วยงานที่ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษ
- กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้: ยอมรับว่าอาจมีปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ดินหรือการเก็บค่าธรรมเนียม แต่ปัจจุบันได้ร่วมมือกับ ป.ป.ช. นำระบบ E-Ticket และกล้องสแกนมาใช้เพื่อป้องกันการทุจริตค่าเข้าชม พร้อมย้ำว่าได้ลงทัณฑ์ทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดไปแล้ว
- มาตรการตอบโต้เชิงรุก: ทส. ได้สั่งการให้แต่ละกรมทำหนังสือเปิดผนึกถึงผู้จัดทำโพลเพื่อขอหลักฐานและรายละเอียดที่ชัดเจน พร้อมเตือนว่าหากเป็นการกล่าวหาโดยเลื่อนลอย จะใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องชื่อเสียงของข้าราชการ
กรมเจ้าท่า ชูระบบอิเล็กทรอนิกส์ 80% ลดการใช้ดุลพินิจ
นายกฤชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (อันดับ 2 - เฉลี่ย 100,000 บาทต่อครั้ง) แถลงชี้แจงว่า กรมฯ มีปริมาณงานบริการสูงกว่า 287,000 รายการต่อปี และได้ยกระดับความโปร่งใสผ่านมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย
- การใช้เทคโนโลยี: ปรับเปลี่ยนงานบริการหลัก 70-80% ให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการยื่นขออนุญาตและระบบ E-Payment เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน และลดการใช้ดุลพินิจ
- การขอข้อมูลเชิงลึก: กรมเจ้าท่ากำลังทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก กกร. เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีการเรียกรับเงินในส่วนงานหรือพื้นที่ใด เพื่อนำไปสู่การลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันไม่มีนโยบายปกป้องคนผิด
ม.หอการค้าไทย ยันโพลมาตรฐานโลก สะท้อนแผลลึกคอร์รัปชันไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะคณะทำงานวิชาการ ออกมาชี้แจงเพื่อยืนยันความถูกต้องตามหลักวิชาการ ดังนี้:
- ระเบียบวิธีวิจัย: ใช้แบบสอบถามตามมาตรฐานของ World Bank (ธนาคารโลก) เป็นการสำรวจแบบ Face-to-Face จากกลุ่มตัวอย่างนักธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ มีความเชื่อมั่นทางสถิติสูงถึง 95%
- เกณฑ์คัดเลือกหน่วยงาน: รายชื่อหน่วยงานอ้างอิงจากองค์กรสากล (World Bank, OECD) และงานวิจัยของ ป.ป.ช./ป.ป.ท. ซึ่งเป็นกลุ่มหน่วยงานที่ภาคธุรกิจต้องติดต่อบ่อยครั้ง
- ข้อจำกัดเรื่องข้อมูล: ยอมรับว่าผู้ตอบแบบสอบถามมักไม่กล้าให้รายละเอียดเชิงลึก เช่น วันเวลาหรือชื่อบุคคล เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองพยานสำหรับผู้แจ้งเบาะแสคอร์รัปชัน
- วัตถุประสงค์หลัก: ไม่ได้ต้องการจับผิดรายหน่วยงาน แต่ต้องการสื่อสารให้ภาครัฐตระหนักว่าปัญหาคอร์รัปชันยังรุนแรง ซึ่งส่งผลให้อันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของประเทศไทย ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 116 ของโลก
ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้นำผลสำรวจดังกล่าวเข้าหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพื่อร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงระบบการทำงานของภาครัฐให้มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้มากขึ้นในอนาคต.
แหล่งที่มาประกอบข่าว : รายการคมชัดลึก (คลิกชม)







