
เงินเฟ้อฉุดตลาดห้นสหรัฐร่วงหนัก ราคาน้ำมันพุ่งกดดันเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบแรงกว่า 1% จากความกังวลเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมันทะยานเพราะตะวันออกกลางตึงเครียด ขณะทองคำร่วงตามดอลลาร์และบอนด์ยีลด์
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันศุกร์ปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังนักลงทุนวิตกต่อแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้แรงขายกระจายตัวในหุ้นขนาดใหญ่ แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะได้แรงหนุนจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
ดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐปรับตัวลดลงมากกว่า 1% โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 537.29 จุด หรือ 1.07% ปิดที่ 49,526.17 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 92.74 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 7,408.50 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 410.08 จุด หรือ 1.54% ปิดที่ 26,225.15 จุด
แรงกดดันสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าในภาวะความไม่แน่นอนสูง
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะเผชิญแรงเทขาย ดัชนี S&P 500 ยังสามารถปิดบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน ถือเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ขณะที่ Nasdaq และ Dow Jones ต่างปิดลบรายสัปดาห์ โดย Nasdaq สิ้นสุดการปรับขึ้นต่อเนื่อง 6 สัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังถ้อยแถลงเชิงเผชิญหน้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ทำให้นักลงทุนกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอาจล่มสลาย นอกจากนี้ สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด โดยเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญดังกล่าวยังไม่สามารถกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันดิบไปยังตลาดโลกหยุดชะงัก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ปรับเพิ่มขึ้น 3.3% ปิดที่ 109.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ก่อนเกิดสงคราม สะท้อนแรงกังวลด้านอุปทานพลังงานที่กำลังลุกลามสู่เศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน การพบกันระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้มากนัก และจีนก็ไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ด้านตลาดทองคำปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาทองสปอตลดลง 2% อยู่ที่ 4,556.46 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม และตลอดสัปดาห์ราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 3%
ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐสำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 2.7% ปิดที่ 4,561.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางมุมมองของตลาดที่เริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป หากเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวจากราคาพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ







