posttoday
อนุทินสางจบใน1ปีหลังยกเลิก MOU44 ใช้กฎหมายUNCLOS ย้ำอธิปไตยเกาะกูดของไทย

อนุทินสางจบใน1ปีหลังยกเลิก MOU44 ใช้กฎหมายUNCLOS ย้ำอธิปไตยเกาะกูดของไทย

09 พฤษภาคม 2569

รัฐบาลไทยแจ้งกัมพูชายกเลิก MOU 2544 หลังไร้ผลคืบหน้ากว่า 2 ทศวรรษ "อนุทิน" ย้ำชัดอธิปไตยเกาะกูดเป็นของไทย เตรียมใช้กลไก UNCLOS สากลเจรจาคาดได้ข้อสรุปภายใน 1 ปี

KEY

POINTS

  • รัฐบาลไทยแจ้งยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) พ.ศ. 2544 กับกัมพูชา และจะเปลี่ยนมาใช้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อน
  • นายอนุทินยืนยันอธิปไตยของไทยเหนือเกาะกูดอย่างหนักแน่น โดยระบุว่าจะไม่มีเส้นแบ่งเขตแดนใดลากผ่านเกาะ และไทยจะไม่สูญเสียดินแดน
  • ตั้งเป้าหมายคลี่คลายปัญหาเขตไหล่ทวีปให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ผ่านกระบวนการคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับตามหลักกฎหมายสากล

แจ้งยกเลิก MOU 2544 อย่างเป็นทางการต่อกัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ณ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยระบุว่ารัฐบาลไทยได้แจ้งเจตจำนงในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) พ.ศ. 2544 อย่างเป็นทางการ เนื่องจากกรอบความร่วมมือดังกล่าวไม่มีความคืบหน้ามานานกว่า 20 ปี ซึ่งทางรัฐบาลกัมพูชาได้รับทราบเจตจำนงนี้เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

ปรับเปลี่ยนกรอบเจรจาสู่กฎหมายสากล UNCLOS

จากการหารือ ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะเปลี่ยนผ่านจากการใช้กรอบ MOU 2544 มาเป็นกลไกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea - UNCLOS) เพื่อให้การเจรจาในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเป็นไปตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

ประกาศย้ำอธิปไตยเหนือเกาะกูดเป็นของไทย

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่า เมื่อการยกเลิก MOU 2544 มีผลสมบูรณ์ จะไม่มีเส้นแบ่งเขตแดนใดที่ลากผ่านเกาะกูดจนนำไปสู่ความเคลือบแคลงสงสัย พร้อมทั้งยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "เกาะกูดเป็นของประเทศไทย" และจะไม่มีการสูญเสียอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าวอย่างแน่นอน

วางโรดแมปการเจรจาและกระบวนการประนอมภาคบังคับ

ในอนาคตจะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation Commission) เพื่อหาข้อสรุปเรื่องเขตไหล่ทวีปภายใต้หลัก UNCLOS โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี ทั้งนี้จะยึดถือความโปร่งใสและผลประโยชน์สูงสุดของชาติเป็นสำคัญ ผ่านการทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ

รื้อฟื้นกลไกความมั่นคงชายแดนและคณะกรรมการร่วม

รัฐบาลมีแผนรื้อฟื้นกลไกการหารือในระดับปฏิบัติการ รวมถึงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (GBC) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่ชายแดนให้มั่นคง ควบคู่ไปกับการเจรจาระดับรัฐมนตรีเพื่อลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสชาตินิยม

มุมมองเชิงวิชาการและการรับมือข้อมูลบิดเบือน

นักวิชาการประเมินว่าการมีบุคคลที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศร่วมให้แนวทาง (Guideline) ตามหลักสากล จะช่วยให้การขีดเส้นแบ่งเขตแดนมีความเป็นธรรมและอธิบายต่อประชาชนได้ง่ายกว่าการเจรจาลำพัง ขณะที่นายอนุทินขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างมีสติและมั่นใจในการตัดสินใจของรัฐบาลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติสืบไป

ข่าวล่าสุด

ได้แต่นั่งมอง แพลตฟอร์มต่างชาติ เอาเปรียบ SME ไร้กฎหมายกำกับ

ได้แต่นั่งมอง แพลตฟอร์มต่างชาติ เอาเปรียบ SME ไร้กฎหมายกำกับ