
เปิดบันทึกเส้นทาง 'ทักษิณ ชินวัตร'พักโทษรอบ2 จ่อสวมEM คุมประพฤติ4เดือน
เปิดบันทึกเส้นทางทักษิณ ชินวัตร จากชั้น 14 สู่เรือนจำคลองเปรม ก่อนได้รับการพักโทษ 11 พ.ค. 69 พร้อมเงื่อนไขคุมเข้มติดกำไลอีเอ็มและห้ามออกนอกพื้นที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
KEY
POINTS
- ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 พ.ค. 2569 หลังจากถูกจำคุกจริงเป็นเวลา 243 วัน ตามคำสั่งศาลฎีกาฯ ที่ให้นับโทษใหม่
- หลังได้รับการปล่อยตัว จะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. – 9 ก.ย. 2569
- เงื่อนไขสำคัญของการคุมประพฤติคือต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เพื่อติดตามตัว และจำกัดพื้นที่ให้อยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
ปิดฉากการลี้ภัย 15 ปี สู่การรับโทษครั้งแรก
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาจำคุกรวม 8 ปี จาก 3 คดี และถูกส่งตัวเข้าควบคุมตัว ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที อย่างไรก็ตาม ในคืนเดียวกันนั้น กรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัวนายทักษิณไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยอ้างเหตุผลด้านสุขภาพและข้อจำกัดของโรงพยาบาลราชทัณฑ์
พระมหากรุณาธิคุณและการพักโทษครั้งที่1
ในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยลดโทษจากจำคุก 8 ปี เหลือเพียง 1 ปี ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายทักษิณได้รับอนุมัติให้พักโทษเป็นครั้งแรก หลังจากใช้เวลารักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจรวมประมาณ 6 เดือน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว นายทักษิณได้กลับไปพำนักที่บ้านจันทร์ส่องหล้าและปรากฏตัวในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญ: คำสั่งศาลฎีกาให้นับโทษใหม่
สถานการณ์พลิกผันเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2568 หลังจากนายทักษิณเดินทางกลับจากการตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์และดูไบ โดยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาฯ มีคำวินิจฉัยสำคัญว่าการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านั้น "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" เนื่องจากขั้นตอนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมิใช่กรณีฉุกเฉิน ส่งผลให้ศาลมีคำสั่งให้ "นับโทษใหม่" เป็นเวลา 1 ปี และนำตัวนายทักษิณเข้าสู่เรือนจำกลางคลองเปรมในวันนั้น
บทสรุปการรับโทษจริง 243 วัน ในเรือนจำ
ภายหลังการถูกคุมขังอย่างเข้มงวดภายในเรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 เป็นต้นมา นายทักษิณได้ปฏิบัติตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด จนกระทั่งครบกำหนดเกณฑ์การพักโทษตามกฎหมายในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลาที่ถูกคุมขังจริงในเรือนจำครั้งนี้ทั้งสิ้น 243 วัน นับเป็นการสิ้นสุดการรับโทษภายในสถานจองจำก่อนเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ
เงื่อนไขเหล็กหลังปล่อยตัว: กำไล EM และเขตจำกัด
แม้จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษ แต่นายทักษิณยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติที่เข้มงวดระหว่างวันที่ 11 พฤษภาคม – 9 กันยายน 2569 ดังนี้:
- การติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: ต้องติดกำไล EM เพื่อติดตามตัวเป็นเวลา 4 เดือน
- สถานที่พำนัก: ต้องพักอาศัย ณ บ้านจันทร์ส่องหล้าตามที่แจ้งไว้เท่านั้น
- การจำกัดพื้นที่: ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติ
- การรายงานตัว: ต้องเข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัดหมายอย่างเคร่งครัด
วิเคราะห์นัยทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรม
กรณีของนายทักษิณถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะประเด็นมาตรฐานการรักษาพยาบาลนอกเรือนจำ ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยให้นับโทษใหม่ การพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จึงมิใช่เพียงการกลับบ้าน แต่เป็นการก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้ายของการรับโทษตามกฎหมาย ภายใต้การจับตามองของสาธารณชนถึงความเท่าเทียมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาในสังคมไทย







