
ส่องอนาคต THCOM หลัง Q1/69 กำไรพุ่ง 390% แตะ 588 ล้าน บุ๊กรายการพิเศษ
มองอนาคต THCOM หลังไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 588 ล้านบาท พุ่ง 390% จากดอกเบี้ยรับภาษีอินเดียและกำไรค่าเงิน หักรายการพิเศษ ขาดทุนปกติ 105 ล้านบาท โบรกฯ หั่นเป้าเหลือ 10.40 บาท แนะ “ขาย” เหตุ USO เฟส 3 เลื่อนประมูล
KEY
POINTS
- THCOM กำไรไตรมาส 1/69 ที่ 588 ล้านบาท เติบโต 390% มาจากการบันทึกรายการพิเศษเป็นหลัก ได้แก่ ดอกเบี้ยรับจากคดีภาษีในอินเดียและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
- หากไม่รวมรายการพิเศษ ผลการดำเนินงานปกติขาดทุน 105 ล้านบาท ซึ่งแย่ลงกว่าปีก่อนหน้า จากรายได้ธุรกิจดาวเทียมที่ลดลง
- โบกรฯ ประเมินผลงานไตรมาส 2-3/69 ยังขาดทุนต่อ หลังครงการเน็ตชายขอบ (USO) เฟส 3 ที่เป็นความหวังสร้างรายได้ถูกเลื่อนออกไป ปรับลดคำแนะนำเป็น "ขาย" หั่นเป้าเหลือ 10.40 บาท
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีผลกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ใน จำนวน 588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 352.3% จากไตรมาส 4/2568 (QoQ) และเพิ่มขึ้น 390.0% จากไตรมาส 1/2568 (YoY) ที่ 130 ล้านบาท และ 120 ล้านบาท ตามลำดับ
รายได้ดอกเบี้ยรับจากคดีที่อินเดีย-บาทอ่อน หนุนกำไรสุทธิโตกระโดด
โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากรายได้อื่นที่ได้จากดอกเบี้ยรับจากการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้าและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจำนวน 221 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้สัญญาที่อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น การอ่อนค่าของเงินบาท จึงส่งผลเชิงบวกต่อรายได้รวมและกำไรสุทธิของบริษัท
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 385 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท หรือ 59.1% จาก 242 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 (QoQ) และเพิ่มขึ้น 240 ล้านบาท หรือ 165.5% จาก 145 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 (YoY)
การปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะธุรกิจด้านดาวเทียม บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโทรคมนาคมจำนวน 408 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ 23 ล้านบาท และปรับตัวเพิ่มขึ้น 236 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
ขณะเดียวกัน ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่นรวมทั้งสิ้น จำนวน 958 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.7% จากรายได้รวมจำนวน 942 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 (QoQ) และเพิ่มขึ้นจำนวน 218 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.5% จากรายได้รวมจำนวน 740 ในไตรมาส 1/2568 (YoY) โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้อื่นที่ได้จากดอกเบี้ยรับจากการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้าและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย
สำหรับธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในไตรมาส 1/2569 อยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 1/2568 แม้ว่าผลประกอบการของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี) ในไตรมาส 1/2568 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนเนื่องจากสกุลเงินกีบเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 (QoQ) รวมถึงต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด (เชน)
ทั้งนี้ บริษัทยังคงได้รับปัจจัยเชิงบวกในระยะยาวจากนโยบายการปรับโครงสร้างราคาค่าบริการโทรคมนาคมของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารแห่ง สปป.ลาว ที่จะส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
หักรายการพิเศษ งบไตรมาส 1/69 ยังขาดทุน 105 ล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า งวดไตรมาส 1/2569 THCOM มีกำไรสุทธิ 587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น QoQ และ YoY เพราะงวดนี้มีรายการพิเศษ 693 ล้านบาท (ดอกเบี้ยรับจากคดีความที่อินเดีย 505 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 220 ล้านบาท และขาดทุนด้อยค่าสินทรัพย์ 33 ล้านบาท)
หากไม่รวมรายการพิเศษ พบว่าผลการดำเนินงานปกติในงวดไตรมาส 1/2569 ขาดทุนอยู่ที่ 105 ล้านบาท แย่กว่าทั้งงวดไตรมาส 1/2568 และไตรมาส 4/2568 ที่ขาดทุนปกติที่ 91 ล้านบาท และขาดทุนปกติ 86 ล้านบาท ตามลำดับ
ปัจจัยที่ฉุดการดำเนินงานปกติในไตรมาส 1/2569 คือ ยอดขายตกต่ำลง (-52% QoQ และ -9% YoY) จากอัตราการใช้งานดาวเทียมที่ลดลงเหลือ 62% จากเดิม 64% ในไตรมาส 4/2568 หลังมีลูกค้าบางรายลดการใช้งาน และสัญญาการใช้งานของบางรายสิ้นสุดลง โดยไม่ต่อสัญญา ขณะที่ต้นทุนไม่ได้ลดลงมากเท่ากับรายได้ เพราะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
ผลงาน Q2-3/69 มีโอกาสขาดทุนต่อ หลัง USO เฟส 3 เจอโรคเลื่อน
แนวโน้มผลการดำเนินงานปกติของ THCOM น่าจะยังขาดทุนต่อไปอีกในไตรมาส 2/2569-ไตรมาส 3/2569 หลัง กสทช. เลื่อนการประมูลโครงการเน็ตชายขอบ (USO) เฟส 3 ที่เป็นความหวังที่จะผลักดันรายได้ในปี 2569 ทั้งนี้ หาก กสทช. สามารถจัดประมูลและประกาศผลได้ภายในครึ่งหลังปี 2569 และ THCOM เป็นหนึ่งในผู้ชนะประมูล น่าจะสามารถเริ่มรับรู้รายได้ในช่วง
ต้นปี 2570 แทน จากเดิมที่บริษัทคาดหวังจะรู้ผลประมูลภายในไตรมาส 1/2569 และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2569
หั่นเป้ากำไรปี 69 ปรับราคาเป้าหมายเหลือ 10.40 บาท แนะ “ขาย”
จากการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ที่ออกมาขาดทุนปกติถึง 105 ล้านบาท แย่กว่าคาดการณ์ขาดทุนปกติทั้งปีของเราที่ 83 ล้านบาท อีกทั้งความล่าช้าของโครงการ USO เฟส 3 ทำให้ต้องปรับลดประมาณการผลการดำเนินงานปี 2569 ของ THCOM ลงจากเดิม เป็น ขาดทุนปกติ 430 ล้านบาท (เลื่อนการรับรู้รายได้จาก “USO เฟส 3” จากเดิมไตรมาส 4/2569 ไปเป็นต้นปี 2570) ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ลดจากเดิม 11.80 บาท เหลือ 10.40 บาท
ดังนั้น ปรับลดคำแนะนำจากเดิม “Trading” เป็น “Sell” เนื่องจาก 1) ผลการดำเนินงานปกติไตรมาส 1/2569 อ่อนแอ 2) คาดยังขาดทุนปกติต่ออีกในไตรมาส 2/2569-ไตรมาส 4/2569 และ 3) ราคาหุ้นปัจจุบันปรับขึ้นมา 35% YTD และสูงกว่าราคาเป้าหมายแล้ว นอกจากนี้ ระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวก หลังประเด็นการประมูลโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบ เฟส 3 ถูกเลื่อนออกไป







