
รพ.สงฆ์ กรมการแพทย์ ยกระดับระบบดูแล “พระสงฆ์อาพาธ” เดินหน้าประเมินโรงพยาบาลทั่วประเทศ
สร้างมาตรฐานเอื้อต่อพระธรรมวินัย พร้อมขับเคลื่อนเครือข่ายบริการสุขภาพพระสงฆ์อาพาธ ครบวงจร ตั้งแต่รับรักษาถึงกลับวัด เชื่อม “กุฏิชีวาภิบาล” ดูแลระยะท้ายอย่างเหมาะสม
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับพระสงฆ์อาพาธ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามพระธรรมวินัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับคุณภาพระบบบริการสุขภาพสำหรับพระสงฆ์อาพาธทั่วประเทศ
ผ่านโครงการ “ตรวจประเมินและพัฒนาเครือข่ายการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569” โดยมีโรงพยาบาลสงฆ์เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและพัฒนามาตรฐาน เพื่อให้การดูแลพระสงฆ์เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับพระธรรมวินัย และเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างมีคุณภาพ เกิดระบบบริการที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และเท่าเทียม ทั้งด้านการรักษา การพยาบาล และการอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับสมณเพศ ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวไม่ใช่เพียงการประเมินผล แต่เป็นการ “เสริมพลังระบบบริการ” ผ่านการนิเทศ กำกับ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสามารถขยายผลสู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศในอนาคต
นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสงฆ์ในฐานะหน่วยงานต้นแบบ ได้ดำเนินการตรวจประเมินโรงพยาบาลในเครือข่ายเขตสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับพระสงฆ์อาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธตั้งแต่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลจนถึงจำหน่ายกลับวัด พร้อมพัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้หน่วยบริการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในปีงบประมาณ 2569 ได้ดำเนินการตรวจประเมินโรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 76 แห่ง โดยมุ่งเน้นโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการจัดบริการสำหรับพระสงฆ์อาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย พร้อมเชื่อมโยงกับการดูแลแบบ “กุฏิชีวาภิบาล” สำหรับพระสงฆ์อาพาธระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมตามพระธรรมวินัยอย่างรอบด้าน ผลการตรวจประเมิน พบว่าโรงพยาบาลที่มีการจัดบริการสุขภาพพระสงฆ์อาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัยอยู่ใน 1.ระดับดีเยี่ยม จำนวน 48 แห่ง คิดเป็น 63.15 เปอร์เซ็นต์ 2.ระดับดีมาก จำนวน 24 แห่ง คิดเป็น 31.57 เปอร์เซ็นต์ 3.ระดับดีมี จำนวน 4 แห่ง คิดเป็น 5.26 เปอร์เซ็นต์
จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า โรงพยาบาลในเครือข่ายมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยมีโรงพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ระดับดี ดีมาก และดีเยี่ยมในสัดส่วนที่สูง สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับพระสงฆ์อาพาธให้มีคุณภาพ ครอบคลุม และพระสงฆ์สามารถเข้าถึงบริการได้มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ โรงพยาบาลสงฆ์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และยกระดับมาตรฐานการดูแลพระสงฆ์อาพาธอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เหมาะสมตามพระธรรมวินัย และตอบสนองต่อความต้องการของพระสงฆ์ได้อย่างแท้จริง







