posttoday
วิจารณ์สนั่นสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ปมสัดส่วนไม่ตรงสายรัฐศาสตร์

วิจารณ์สนั่นสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ปมสัดส่วนไม่ตรงสายรัฐศาสตร์

07 พฤษภาคม 2569

คณะกรรมการสรรหาเคาะชื่อ "พล.ต.ท.ศ.จักรพงศ์" นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทน "นครินทร์" สังคมกังขาประเด็นคุณสมบัติด้านสัดส่วนรัฐศาสตร์และข้อครหาการครอบงำทางการเมือง

KEY

POINTS

  • เกิดเสียงวิจารณ์หนักต่อการสรรหา ศาสตราจารย์ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ ซึ่งไม่ตรงกับสัดส่วนตำแหน่งเดิมที่เป็นของผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์
  • มติการสรรหาไม่เป็นเอกฉันท์ โดยประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการฯ ได้ลงคะแนนคัดค้านและเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์โดยตรง สะท้อนความกังวลเรื่องความเหมาะสมของสัดส่วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
  • กระบวนการสรรหาถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความรวบรัดและอาจมีเบื้องหลังทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นกลาง และการพิจารณาให้ความเห็นชอบของวุฒิสภาในขั้นตอนสุดท้าย

ภูมิหลังและการก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญ

ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 7 เมษายน2569 มีมติ 6 ต่อ 2 เลือก ศาสตราจารย์ พลตำรวจโท  จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทน ศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ที่กำลังจะพ้นวาระปฏิบัติหน้าที่

ข้อถกเถียงปม "สัดส่วน" ตามรัฐธรรมนูญ

ประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือ "ความตรงสายงาน" เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดกรอบสัดส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้อย่างชัดเจน โดยตำแหน่งเดิมของ ศ.นครินทร์ นั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขา "รัฐศาสตร์" แต่ ศาสตราจารย์ พล.ต.ท.จักรพงศ์ กลับมีภูมิหลังเชี่ยวชาญด้าน "นิติศาสตร์" ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการความหลากหลายขององค์ความรู้ในการวินิจฉัยคดี

มติที่เห็นต่างของประธานศาลฎีกา

เป็นที่น่าสังเกตว่าในการลงมติสรรหาครั้งนี้ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหา พร้อมด้วยกรรมการอีก 1 ท่าน มิได้ลงคะแนนให้ ศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ศ.จักรพงศ์ แต่กลับเลือกศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์โดยตรง สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลในเรื่องความเหมาะสมของสัดส่วนวิชาชีพที่อาจกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายในอนาคต

ย้อนรอยประวัติการชิงเก้าอี้องค์กรอิสระ

จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ศาสตราจารย์ พล.ต.ท.จักรพงศ์ เคยมีความพยายามเข้าสู่ตำแหน่งในองค์กรอิสระมาแล้วหลายครั้ง โดยสมัครเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2 ครั้ง และกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ทว่าไม่ได้รับการคัดเลือกแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งที่ 5 นี้

ข้อพิรุธและการครอบงำทางการเมือง

กระบวนการสรรหาครั้งนี้ถูกมองว่ามีความ "รวบรัด" และเกิดกระแสข่าวลือเรื่องการเป็นบุคคล "สายตรง" ของขั้วอำนาจทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางในการทำหน้าที่ สังคมจึงตั้งคำถามถึงวุฒิสภาว่า การพิจารณาให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายจะดำเนินการอย่างโปร่งใส หรือจะเป็นเพียงการ "ประทับตรา" ตามใบสั่งที่อาจทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

ขั้นตอนสุดท้ายภายใต้การจับตาของวุฒิสภา

ปัจจุบันรายชื่อของ ศาสตราจารย์ พล.ต.ท.จักรพงศ์ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา โดยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประวัติและความประพฤติอย่างละเอียด ผลการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบของวุฒิสภาจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า บรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญไทยจะยังคงความศักดิ์สิทธิ์และตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

ข่าวล่าสุด

วิจารณ์สนั่นสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ปมสัดส่วนไม่ตรงสายรัฐศาสตร์

วิจารณ์สนั่นสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ปมสัดส่วนไม่ตรงสายรัฐศาสตร์