
ศาลรธน.สั่งสอบเพิ่มบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดปมทำลงคะแนนไม่เป็นความลับ
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งพยานทำคำชี้แจงเพิ่ม หลังผู้ตรวจการแผ่นดินร้อง กกต. จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ส่อเค้าละเมิดสิทธิสืบหาตัวตนผู้ลงคะแนนได้
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยสั่งให้พยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ
- ประเด็นสำคัญคือข้อร้องเรียนว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนผู้ลงคะแนนได้
- กรณีดังกล่าวเป็นการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เห็นว่าการกระทำของ กกต. อาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในคดีสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไป โดยสั่งให้พยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ เพื่อวินิจฉัยกรณีบัตรเลือกตั้งที่ใช้รหัสอิเล็กทรอนิกส์อาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ
คดีดังกล่าว (เรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2569) เกิดขึ้นภายหลังผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 คำร้อง จึงอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยการกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะ (ผู้ถูกร้อง) ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า กกต. ได้กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้ รหัสแท่ง (Barcode) และ รหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถนำไปสืบทราบหรือตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ และเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา อาทิ มาตรา 4, มาตรา 25, มาตรา 85 และมาตรา 95 อันว่าด้วยสิทธิเสรีภาพและหลักเกณฑ์การเลือกตั้ง
ในการประชุมพิจารณา ล่าสุดตุลาการศาลได้รับทราบกรณีผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานบุคคลเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีเดิมที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 โดยที่ประชุมตุลาการได้ร่วมกันอภิปรายและมีความเห็นสอดคล้องกัน
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา จึงมีคำสั่งให้บุคคลที่ถูกอ้างเป็นพยานจัดทำถ้อยคำเป็นหนังสือ และให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นตามประเด็นที่ศาลกำหนด พร้อมจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป







