posttoday
ป.ป.ช.ขึงขังเสนอครม.ใช้AIจับทุจริตบิ๊กโปรเจกต์ สกัดสินบนภาครัฐ

ป.ป.ช.ขึงขังเสนอครม.ใช้AIจับทุจริตบิ๊กโปรเจกต์ สกัดสินบนภาครัฐ

28 เมษายน 2569

ป.ป.ช. เสนอมาตรการเชิงรุกต่อ ครม. มุ่งใช้ AI ตรวจสอบสินบนในโครงการขนาดใหญ่ พร้อมสั่งเปิดข้อมูลภาครัฐอย่างโปร่งใส เพื่ออุดช่องโหว่และยกระดับธรรมาภิบาลไทย

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. เสนอมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบนต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันในภาครัฐ
  • นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบโครงการงบประมาณสูงแบบเรียลไทม์
  • ผลักดันให้ภาครัฐเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และเปิดเผยข้อมูลเพื่อปิดช่องทางการทุจริต

ความเคลื่อนไหวเชิงรุกท่ามกลางข้อกังขา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการฯ ได้เสนอ "มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน" ต่อคณะรัฐมนตรี หนังสือลงนามเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 (คลิ๊กอ่านเอกประกอบ)

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังองค์กรถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับมาตรฐานการวินิจฉัยคดีทางการเมืองที่ถูกมองว่าลักลั่น เพื่อแสดงจุดยืนในการรื้อระบบภาครัฐให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้จริง  

ทำไมต้องเร่งรื้อระบบสินบน?

ป.ป.ช. ระบุว่า ปัญหาสินบนเปรียบเสมือนเนื้อร้ายที่กัดกินเศรษฐกิจและฉุดรั้งดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยมาอย่างยาวนาน การปรับปรุงช่องว่างทางกฎหมายที่เอื้อให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนเพื่อลดต้นทุนแฝงของภาคเอกชนและประชาชน สร้างความเท่าเทียมในการรับบริการจากภาครัฐให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ปฏิวัติการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยี AI

หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบโครงการที่มีงบประมาณสูงแบบเรียลไทม์ ระบบดังกล่าวจะทำหน้าที่แจ้งเตือนพฤติกรรมที่น่าสงสัยและผิดปกติ เพื่อระงับยับยั้งความเสียหายก่อนจะเกิดขึ้นจริงในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

เปิดข้อมูลรัฐ-ลดดุลยพินิจ

เพื่อปิดช่องทางการเรียกรับผลประโยชน์ ป.ป.ช. ผลักดันให้ภาครัฐเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แทนที่การอนุมัติแบบเผชิญหน้า (Face-to-face) ที่เป็นต้นตอของการทุจริต พร้อมทั้งยกระดับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงง่าย เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

ยกระดับมาตรฐานเอกชนและกฎหมาย

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังมุ่งเน้นการทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัยและซ้ำซ้อน เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้ภาคเอกชนที่ต้องการเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ ต้องมีระบบควบคุมภายในเพื่อป้องกันการให้สินบนที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากลและแนวทางของ Thai CAC

ธรรมาภิบาลสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

เป้าหมายสูงสุดของมาตรการทั้ง 8 แนวทาง คือการสร้างระบบบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้อย่างภาคภูมิและยั่งยืน

มติ ครม. ล่าสุด: ปฏิรูปใบอนุญาตโรงแรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ในการป้องกันความเสี่ยงการทุจริตการออกใบอนุญาตธุรกิจโรงแรม โดยให้กระทรวงมหาดไทยเร่งปรับปรุงกระบวนการให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว ลดขั้นตอนและการใช้ดุลพินิจ ผ่านระบบ Checklist และ One Stop Service พร้อมกำชับการตรวจสอบและลงโทษผู้เรียกรับสินบนอย่างจริงจัง เพื่อลดภาระผู้ประกอบการรายเล็กและเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวของไทย

ข่าวล่าสุด

TPI Polene เปิดบ้านต้อนรับ GreenBiz Hong Kong ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในแวดวงธุรกิจสีเขียวระดับภูมิภาค

TPI Polene เปิดบ้านต้อนรับ GreenBiz Hong Kong ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในแวดวงธุรกิจสีเขียวระดับภูมิภาค